Black Hole : หลุมดำ

 

Black Hole
หลุมดำ
 

วาระสุดท้ายของดาว (Star) เป็นการเหลือซากวิญญานที่มีพลังอำนาจอันมหาศาลและมองไม่เห็น เกิดขึ้นจากการหลอมละลายนิวเคลียส และระเบิดตนเอง ด้วยการยุบตัว ทับถมของมวลอย่างแทบไม่น่าเชื่อ รวมกันสู่จุดหนาแน่น เรียกว่า จุดศูนย์กลางพิศวง (Central Singularity) กาลอวกาศ (Spacetime) เกิดความโค้งขึ้นอย่างมหาศาลและ มหาศาลเป็นการเริ่มต้นของหลุดำ คล้ายหลุมพรางภายใต้มิติเวลาที่แตกต่างออกไป อย่างไร้ขอบเขตด้วยอำนาจของหลุมดำ

 

มวลวัตถุขนาดใหญ่เท่าใดก็ตาม เมื่อโคจรเข้าสู่ใกล้สภาวะเขตหลุมดำจะถูกบีบอัด บีบคั้นให้เล็กลงๆเล็กลงๆอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด สู่ใจกลางบริเวณจุดศูนย์กลางพิศว ดังกล่าว หายเข้าไปในหลุมดำได้อย่างมหัศจรรย์แม้กระทั่งแสง ทั้งหมดคือ ระบบธรรมชาติของจักรวาลได้สร้างสรรค์ และหลุมดำเป็นมหัตภัยแห่งจักรวาล (Universe)

 

หลุมดำมีอยู่ทั่วไปในจักรวาล มิได้อยู่คงที่ในตำแหน่งเดิมสามารถโคจรเคลื่อนตัวไปยังจุดอื่นๆได้ ในทางช้างเผือก (Milky Way Galaxy) มีความชัดเจนว่าพบหลุมดำยักษ์ มวลขนาดยักษ์ (Supermassive Black Hole) บริเวณใจกลางทางช้างเผือกตำแหน่งของหลุมดำคือ Sagittarius A (SgrA*)

 

เบื้องต้นข้อสรุปสัณฐานหลุมดำในทางกายภาพ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะดังนี้

 

• Non-spinning Black Holes

หลุมดำที่มีรูปทรงสัณฐานไม่มีการหมุนปั่น พบว่ามีการเปล่งแสงจากการแผ่อำนาจของธาตุเหล็ก (Iron Emission) จากก๊าซร้อน ที่เกาะพอกรอบๆแผ่นจาน (Accretion Disk) เป็นอะตอมใกล้กับบริเวณหลุมดำเปล่งแสงรังสี ออกมาด้วยค่าพลังงานต่ำ

 

• Spinning Black Holes

หลุมดำที่มีรูปทรงสัณฐาน มีการหมุนปั่นพบอนุภาคที่ใกล้หลุมดำ เป็นสิ่งที่ทำให้มีโอกาสเกิดริ้วคลื่นของกาลอวกาศ (Spacetime) จะหมุนปั่นช้าหรือเร็วได้

 

แต่ยังมีหลุมดำขนาดเล็กหลบซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆในรัศมี 50,000 ปีแสงห่างจากดวงอาทิตย์ 37 แห่ง และในรัศมี 200,000 ปีแสง มีรวมมากกว่า 132 แห่ง โดยมีแนวโน้มยัง ค้นพบเพิ่มใหม่ๆอีก สำหรับหลุมดำที่ใกล้โลกที่สุด ชื่อ A 0620-00/V616 Mon Nova Mon 1975 ห่างจากเรา 3,500 ปีแสง ถัดจากนั้นในระยะ 6,200-6,800 ปีแสง มีด้วยกัน 3 แห่งคือ XTE J1118+480/KV UMa, GRO J0422+32 - Nova Per 1992 และ XTE J1908+094 ตามลำดับ

 

แต่ในพื้นที่กว้าง 100,000 ปีแสง ของกาแล็คซเราอาจมีหลุมดำเป็นจำนวนมหาศาลน่าตกใจ เพราะสิ่งเหล่านี้หาพบยาก บางครั้ง “ไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ” มากนักที่ผ่านมา สองทศวรรษเรายังไม่ประสบความสำเร็จในการมองหาหลุมดำ วันนี้นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ ค้นพบหลุมดำจำนวนมากรวมตัวกันรอบๆ Sagittarius A * (Sgr A *) ซึ่งเป็นหลุมดำ มวลมหาศาลตรงกลางของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก

 

ทำให้เรารู้ว่าหลุมดำขนาดใหญ่อาจมีปฏิสัมพันธ์กับหลุมดำขนาดเล็ก Sgr A * ล้อมรอบไปด้วยรัศมีของก๊าซและฝุ่น ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเกิด ดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่จนจบชีวิตและอาจกลายเป็นหลุมดำที่นั่น นักวิจัยได้วิเคราะห์คุณสมบัติการกระจายเชิงพื้นที่และจากการสังเกตการณ์ เชื่อว่าต้องมีหลุมดำ ประเภทระบบดาวคู่รังสีเอ็กซ์ (Low-mass X-ray Binaries) 300-500 หลุม และหลุมดำประเภทเดี่ยว (Isolated) ประมาณ 10,000 หลุมในบริเวณโดยรอบ Sgr A * ซึ่งมีพื้นที่ไม่กี่ ปีแสง ถ้าเช่นนั้นในทางช้างเผือกคงมีหลุมดำนับล้าน ?