Burst : ระเบิดแตกลั่น

 

Burst
ระเบิดแตกลั่น
 

เกิดขึ้นแบบทันทีทันใดแวบหนึ่งในคลื่นรังสีวิทยุ (Solar Radio Radiation) ทั่วไปจะเกิดขึ้นช่วงเดียวกับการเกิดลุกจ้า (Solar Flare) บนดวงอาทิตย์ (Sun)หรือดาว (Star) แสดง การเปล่งพลังงานของอีเล็คตรอน (Electrons) ศักยภาพการเกิดจะมีความใหญ่โต (มากกว่า 1025J) ของพลังงานแม่เหล็ก ปรากฎการณ์ระเบิดแตกลั่น (Burst) ตรวจวัดขนาด ความถี่คลื่น (Wavelengths) พบว่ามีลักษณะเฉพาะแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับเวลา ความถี่ของคลื่น (Time-Frequency)

 

• Type I Burst (Noise Storms)

ประเภท อายุยาวนานเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน เป็นชนิดแหล่งคลื่นวิทยุแผ่รังสี (Radio emission) มีความสว่างจ้า อุณหภูมิ มากกว่า 10 พันล้าน K ขณะเกิดมีเสียง อึกทึกดังไปทั่วมีขนาดใหญ่โต (Large-Scale) ลักษณะเป็นวงขมวด (Loops) ของอีเล็คตรอนกว้างไกลไปบนดวงอาทิตย์ แต่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปรากฎการณ์ การลุกจ้า

 

• Type II Burst

หรือประเภท Meter-wavelength type สามารถสังเกตได้ จากคลื่นความถี่ระหว่าง 0.1-1000 MHz แสดงกระแสต่ำของความถี่ ช่วง 1 MHz ต่อวินาที และอาจ ไปถึง 1,000,000 MHz ได้ เป็นเหตุก่อให้เกิด คลื่นไหวสะท้าน (Shock Waves)

 

• Type III Burst

ส่วนใหญ่เกิดร่วมกับการลุกจ้า สามารถสังเกตได้จากคลื่นความถี่ ระหว่าง 0.1-1000 MHz ลักษณะกระแสจะขึ้นสูงอย่างรวดเร็วแล้วลดต่ำลงในช่วง 100 MHz มีคุณสมบัติเป็น ลำ (Beams) ของอีเล็คตรอนเหวี่ยงฟาดไปมาก่อพลังงาน 10-100 KeV และมีความเร็วสูงมาก (ราวครึ่งหนึ่งของความเร็วแสง) หรือถึง 150,000 ก.ม.ต่อวินาที

 

• Type IV Burst

ลักษณะเป็นคลื่นแถบกว้าง (Broad-Band) ไม่มีการรั่วไหลของรังสีนับชั่วโมง หลังจากถูกกระตุ้นให้เกิดจากปรากฎการณ์การลุกจ้าแต่ละครั้ง เพราะการถูกบังคับให้รังสีวิ่งเป็น วงไปในทิศทางเดียวกันมีคุณสมบัติการเร่งอีเล็คตรอน (Synchrotron) และแผ่พลังงานอีเล็คตรอนออกมา แต่ถูกควบคุมอยู่ภายในกลุ่มหมอกแม่เหล็ก (Magnetic Clouds) วิ่งออกสู่อวกาศเป็นแนวตั้งตรงด้วยความสูงนับแสนกิโลเมตรต่อวินาที

 

• Centimeter Burst

เกิดแรงกระตุ้นจากเหตุ ไม่รั่วไหลของรังสีที่คลื่นความถี่ระดับ Centimeter Wavelength ภายในไม่กี่นาทีเป็นบ่อเกิดการแตกลั่น ชนิดช่วงคลื่นไมโครเวฟ (Microwave Burst) มีคุณสมบัติทรงตัว ต่อการเร่งของอีเล็คตรอน (Gyrosynchrotron) ด้วยความเร็วสูง (Hight-Speed) สร้างอัตราเร่งพลังงานอีเล็คตรอน 100 -1,000 keV. โดยจะอยู่ที่บริเวณยอด เกลียวขมวดของโคโลนัล (Coronal Loops)

 

• Millisecond spikes

เกิดคลื่นวิทยุจากปรากฎการณ์การลุกจ้า สามารถรวมยอดแหลม (Spikes) จำนวนนับพันยอดได้แท้จริง ใช้เวลาเกิดแต่ละยอดเพียงเสี้ยววินาที มีขนาดความสูงน้อยกว่า 10,000 กม. มีความสว่างไสวของอุณหภูมิสูง 1,000 ล้าน k โดยเกิดการปะติดปะต่อจากกลไกของรังสี

 

• U-Type Burst

คุณสมบัติจะเพิ่มคลื่นความถี่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สาเหตุจากการเพิ่มขึ้นลดลงและเพิ่มขึ้น ของการเคลื่อนไหวอีเล็คตรอนยาวนานใกล้กับเส้นสนามแม่เหล็ก (Magnetic Field Lines)