Heliosphere : เฮลิโอสเฟียร์

 

ดวงอาทิตย์ (Sun) ก่อให้เกิดสนามแม่เหล็กที่ซับซ้อน (Complex magnetic field) ซึ่งขยายออกไปสู่อวกาศเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กระหว่างอวกาศ ปริมาณของพื้นที่ควบคุม ดย สนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์เรียกว่า เฮลิโอสเฟียร์ (Heliosphere) มีลักษณะคล้ายฟองอากาศยักษ์อยู่ในห้วงอวกาศ ที่พองตัวอยู่ในสสารระหว่างดวงดาว ซึ่งเป็นผลจาก พายุสุริยะ (Solar wind) ทำหน้าที่ปกป้องระบบสุริยะ (Solar system) เอาไว้จากรังสีคอสมิก (Cosmis rays) ที่ไหลมาจากดาวดาวอื่น หรือไหลวนเวียนในทางช้างเผือก (Milky Way Galaxy) จำนวนมหาศาลแต่อาจยังมีอะตอมส่วนหนึ่ง จากสสารระหว่างดาวสามารถลอดเข้ามาภายในเฮลิโอสเฟียร์ได้เช่นกัน

เฮลิโอสเฟียร์คือจุดแสดงบริเวณสุดเขตแดนของระบบสุริยะ หมายความว่าเป็นรอยต่อการหมดอำนาจดวงอาทิตย์ของเรา เป็นอาณาเขตที่เชื่อมต่อกับดาวดวงอื่นๆซึ่งขณะนี้ การสำรวจพยายามค้นหาตำแหน่งที่ถูกต้องโดยยานสำรวจอวกาศวอยเอเจอร์ 1 และ 2 ไปใน 2 ทิศทางจากโลก สนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์พัดผ่านออกไปโดยพายุสุริยะ ซึ่งเป็นกระแสก๊าซและประจุไฟฟ้าเป็นลักษณะการพัดที่พัดผ่านด้านนอกจากดวงอาทิตย์ไปในทุกทิศทาง เพราะดวงอาทิตย์หมุนสนามแม่เหล็กหมุนวนออกเป็นเกลียวหมุนขนาด ใหญ่เรียกว่าเกลียวปาร์กเกอร์ (Parker spiral)

ขอบเขตของเฮลิโอสเฟียร์ ส่วนใหญ่จะถือว่ามี 3 ชั้น เขตแดนด้านในสุดคือขอบเขตแบบทรงกลม (Spherical boundary) ที่เรียกว่าเทอร์มินัลช็อก (Termination shock) จุดที่พายุ สุริยะหลั่งไหลจากดวงอาทิตย์ช้าลงและต่ำกว่าความเร็วเหนือเสียง จากนั้นลมจะค่อยๆเคลื่อนไปเรื่อยๆจนกว่าจะเกิดการชนกับวัสดุในกาแลคซี่ และถูกดันกลับไปรอบๆนอกของ เฮลิโอสเฟียร์พลิกกลับไปทางหางของฟองสบู่เป็นเขตแดนที่สองเรียกว่า เฮลิโอสเฟียร์ (Heliopause) เขตแดนที่สามเป็นโบว์ช็อต (Bow shock) เกิดขึ้นเมื่อเฮลิโอสเฟียร์พ่นลม ทางผ่านกลุ่มเมฆของกาแลคซี่ ในแบบเดียวกับที่เครื่องบินเหนือเสียงพุ่งดันอากาศขณะเคลื่อนที่ ยานสำรวจอวกาศวอยเอเจอร์ (Voyager spacecraft) ยืนยันการดำรงอยู่ของ เขตแดนแรกและได้เห็นเขตแดนที่สอง แต่ขณะนี้ผลการทดสอบใหม่แสดงให้เห็นว่ายังไม่มีโบว์ช็อตในเขตแดนที่สาม