Milky Way Galaxy : ทางช้างเผือก

 

Milky Way Galaxy
ทางช้างเผือก
 

 

ระบบสุริยะ (Solar System) อยู่ในทางช้างเผือกเต็มไปด้วยดาว (Star) หลายพันล้านดวงประกอบด้วยสุริยะอื่น (Extrasolar) นับไม่ถ้วน มีกระจุกดาว (Star Cluster) ประมาณ 200 กลุ่ม และเนบิวล่า (Nebula) อีกนับพันกลุ่ม หากรวมวัตถุอื่นในทางช้างเผือก เช่น ดาวเคราะห์น้อย (Asteroids) ดาวหาง (Comets) เชื่อว่าตัวเลขจำนวน นับไม่ถ้วนอีกไม่รู้จบ

 

สำหรับวัตถุต่างๆในทางช้างเผือกต่างโคจรไปรอบมวลจุดศูนย์กลางของทางช้างเผือก มีเส้นศูนย์กลางเรียกว่า Galactic Cente โดยทั้งกาแล็คซี่ ทางช้างเผือกมีมวลรวมกัน ประมาณหนึ่งพันล้านล้านเท่าของดวงอาทิตย์ (หรือมากกว่า) โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวตลอดแนวราวระนาบ 100,000 ปีแสง (Light Year) อันเป็นตัวเลขที่ทราบโดยทั่วไป แต่การสำรวจใหม่ยังพบว่าอาจมีความยาวออกไปอีก

 

การที่อยู่บนโลกแล้วมองเห็นทางช้างเผือกได้เพราะโลกอยู่ในระบบสุริยะเป็นจุดเล็กๆ เพียงจุดหนึ่งด้านในของทางช้างเผือกห่างจากจุดศูนย์กลาง ราว 30,000 ปีแสง แนวพาด ยาวที่เห็นคือ แขนกังหันของทางช้างเผือกซึ่งทอดยาวออกไป 70,000 ปีแสง สามารถเห็นจากทุกๆที่บนโลกถ้าสภาพอากาศเอื้ออำนวยและมีความมืด

 

• คำว่า Milky Way ใน Encyclopedia Americana ให้ความหมายเปรียบว่า แถบแสงดั่งสายธารของน้ำนม (หรือถนน) เชื่อมต่อระหว่างโลกกับสวรรค์

 

• คำว่า ทางช้างเผือก ในพจนานุกรมไทยฉบับพิศดาร (ของ อ.สมพร เจริญพงศ์) ให้คำหมายว่า กลุ่มดาวนับล้านๆดวงมองเห็นเป็นทางสีขาวในเวลากลางคืน

 

• คำว่า ทางช้างเผือก ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า แสงกลุ่มดาวซึ่งแผ่เห็นสว่างเป็นพืดในท้องฟ้า

 

ไม่ทราบว่าผู้ใดใช้คำเรียกทางช้างเผือกในภาษาไทยเป็นคนแรก จึงอนุมานว่าการเรียก Milky Way (แถบแสงดั่งสายธารของน้ำนม) มาเป็นทางช้างเผือก (เส้นทางช้างเดิน) คงจินตการว่าเมื่อมองไปบนท้องฟ้าเห็นแถบพาดยาวไกลสีขาวคล้ายเส้นทางเดิน หรือถนนไปสู่จักรวาลแดนแห่งสวรรค์

 

ดังนั้นการนำคำว่าช้างทางเผือก มาเรียกสามารถวิเคราะห์ ได้ 2 นัย คือ

 

1.ช้างเผือกเป็นสิ่งสูงค่าสำหรับประเพณีและวัฒนธรรมไทย ซึ่งถือว่าประทานมาจากสวรรค์ สิ่งที่เห็นจึงเป็นเส้นทางของช้างเผือกที่อยู่แห่งสวรรค์ เป็นเส้นทางราชพาหนะแห่ง ราชาจากโลกสู่สวรรค์อันงดงาม

 

2.การปรากฎขึ้นของกลุ่มดาวแสงสีขาวใสจำนวนมาก มีความงามสุดบรรยายจึงอุปมาเป็นความงามดุจช้างเผือกอันสูงค่า