Solar Wind : พายุสุริยะหรือลมสุริยะ

 

Solar Wind
พายุสุริยะหรือลมสุริยะ
 

เริ่มจากเส้นแม่เหล็กจะแกว่งไปมาอย่างรุนแรงเหนือจุดบนดวงอาทิตย์ (Sunspots) เมื่อขั้วแม่เหล็กวิ่งเข้าหากัน เกิดการลุกจ้ามโหฬาร (Solar Flares) จากรังสีเอ็กซ์ด้วยทันที ทันใดนั้นเกิดปฎิกิริยาอนุภาคนับล้านๆตันพุ่งออกไปเป็นวงกว้างมีขนาดใหญ่กว่าโลกมาก

 

การปลดปล่อยอนุภาคมวลสสารขนาดยักษ์ออกมาจากดวงอาทิตย์ (Sun) เรียกว่า พวยพุ่งมวลโคโรนัล (Coronal Mass Ejections) และพวยพุ่งมวลโคโรนัล พุ่งออกมาจาก ดวงอาทิตย์พร้อมหอบละอองก๊าซร้อนคล้ายเป็นสายธารมีความเร็วเหนือเสียง (Supersonic Plasma) โดยมีอนุภาค Electrons และ Protons ท่วมท้นเกิดขึ้นหนาแน่นอย่างสับสัน วุ่นวายไม่หยุด มีทิศทางสู่ช่องว่างระหว่างดาวเคราะห์ (Interplanetary Medium) เป็นบริเวณที่อำนาจของดวงอาทิตย์ซึ่งขยายออกไปสู่อวกาศเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กระหว่าง อวกาศเรียกว่า เฮลิโอสเฟียร์ (Heliosphere)

 

ทั้งหมดนี้ เป็นการก่อตัวของพายุสุริยะ พายุสุริยะจะกระหน่ำพัดออกมาจากดวงอาทิตย์ ผ่านโลกในเวลาประมาณ 24-48 ชั่วโมง และยังพัดไปไกลได้ถึงดาวพฤหัส (Jupiter) ขณะที่พัดเข้าปะทะโลก โลกมีระบบกลไกป้องกันภัยอันตรายจากขอบเขตอำนาจของสนามแม่เหล็กโลก (Magnetosphere) ทำให้พายุสุริยะถูกต่อต้านไม่สามารถปะทะโลก (Earth) ได้โดยตรงแต่มีบางส่วนของอนุภาคเล็ดลอดเข้ามาบริเวณช่องว่างของขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ เกิดปรากฎการณ์ออโรรา (Aurora)

 

การเคลื่อนตัวของพายุสุริยะจะแสดงความกว้าง และการคงที่ของอนุภาคอย่างไม่เปลี่ยนแปลง เพราะภายในซ้อนทับด้วยคลื่นอัลเฟน (Alfv'en Wave) ดังนั้นมีองค์ประกอบ ของกลศาสตร์ความเร็ว 2 แบบคือ มีการหลั่งไหลด้วย ความเร็วสูง (Fast Component) และการหลั่งไหลด้วยความเร็วต่ำ (Low Component) ในขณะที่พัดผ่านโลกสามารถวัด ค่าผลกระทบ การรบกวนและระดับของรังสีได้ดังนี้

 

• มาตรแสดงผลกระทบค่ารบกวนธรณีวิทยา ของสนามแม่เหล็กโลกจากพายุสุริยะ (Geomagnetic Storms)

• มาตรแสดงการรบกวนชั้นบรรยากาศจากการแผ่รังสี X-ray จากดวงอาทิตย์ (Radio Blackouts)

• มาตรแสดงระดับสูงของรังสีที่เกิดขึ้นเมื่ออนุภาคพลังงานสูงเพิ่มขึ้น (Solar Radiation Storms)