Supernovas & Supernovas Remnants : ซูเปอร์โนวา & เศษซากซูเปอร์โนวา

 

Supernovas & Supernovas Remnants
ซูเปอร์โนวา & เศษซากซูเปอร์โนวา
 

ซูเปอร์โนวา (Supernovas) โดยนัยคือความสุกปลั่งอย่างมโหฬารของดาว ด้วยความยิ่งใหญ่ จากการระเบิดขึ้น แสดงสีสรรของก๊าซเปล่งรังสีอย่างโชติช่วงเป็นการระเบิดตน อย่างรุนแรงสุดขั้วกว่าระเบิดนิวเคลียร์หลายล้านเท่า

 

ส่วนเศษซากซูเปอร์โนวา (Supernovas Remnants) เป็นการขยายความ เพิ่มด้วยสสารจากการระเบิดที่ผ่านมาวิ่งไปชนกับวงก๊าซของดาว (Circumstellar Gas) การชนปะทะ จึงเกิดเศษซากเล็กซากน้อยแผ่กระจายไปทั่วในอวกาศคล้ายเส้นใย ไหลไปตามกระแสของก๊าซยาวไกลนับร้อยปีแสง จึงทำให้เกิดรูปแบบต่างๆสวยงามแปลกตา

 

การระเบิดของซูเปอร์โนวามิใช่เป็นเรื่องธรรมดาเพราะบริเวณนั้นจะปั่นป่วนรุนแรง เกิดขึ้นพร้อมๆเศษแตกของแกนไส้ดาวชิ้นเล็กชิ้นน้อยวิ่งสวนกัน อย่างโกลาหลนับหลาย ล้านชิ้นท่ามกลางแสงเจิดจ้าคล้ายสงครามในอวกาศ สำหรับความหลากสีของซูเปอร์โนวาเกิดจากองค์ประกอบของก๊าซต่างๆ ที่ทำปฎิกิริยาทางเคมีที่กระจายออกมา แบ่งออกเป็นหลักเกณฑ์ดังนี้

 

• Supernova Type-I

เป็นการระเบิดออก (แตกกระจาย) ของดาวที่หมดอายุขัย (Death of a Star) ด้วยจากการผลักดันกันเพิ่มขึ้นของก๊าซ ในระบบดาวคู่ (Binary System) หรือการรวมกันกับ ระหว่างดาวแคระขาว (White Dwarf Star) กับดาวอื่นๆโดยดาวแคระขาวนั้น ต้องมีมวลมากกว่าระดับเกณฑ์ Chandrasekhar Limit (หน่วยวัดมวลดาวแคระขาว / เท่ากับ 1.4 เท่าของมวลสุริยะ)

 

อุณหภูมิความร้อนในแกนไส้จึงแสดงผลเกิดจุดชนวนระเบิด Nuclear Fusion Reactions (การหลอมละลายนิวเคลียสอะตอมธาตุ) ปลดเปลื้องพลังงานมหาศาลทั้งหมดออกมา ดาวระเบิดแตกกระจายออกมาในราว 10 วินาทีอย่าง ไม่หลงหลือเศษซากแผ่ขยายตัวตลบฟุ้งของเฆมหมอก มีรัศมีความสว่างกว้างไกลไปหลายสัปดาห์และการแผ่รังสีของ Nickel หมดสภาพเป็น Cobalt และ Iron

 

• Supernova Type-II

เป็นการระเบิดออก (แตกกระจาย) ของดาวที่หมดอายุขัย (Death of a Star) เป็นการแปรขบวนพลังงานของดาวที่มีมวลขนาดยักษ์ และเป็นการยุบตัว ภายในแกนไส้ของดาว (Star) อย่างกะทันหันโดยอัดระเบิดจากด้านในทำลายล้างสู่ภายนอกรอบๆดาวนั้นอย่างรุนแรง

 

* บางกรณี Supernova type-I แสดงลักษณะพิเศษคล้าย Supernova type-II ดังนั้นมีการกำหนดประเภทย่อยแสดงควาต่างออกไปอีก คือ Type Ia -Type Ib - TypeIc