Trappist-1 system : แทรพพิสต์-1

 

เป็นสิ่งที่นักวิจัยเรียกว่า "การค้นพบที่น่าตื่นเต้นที่สุด" องค์การอวกาศยุโรปขนานนามว่า “ระบบดาวที่น่าทึ่งมากที่สุดในปัจจุบัน” และนาซาตั้งฉายาว่า “น้องสาวของระบบ สุริยะ” ต่อการค้นพบดาวเคราะห์ 7 ดวงใหม่ โคจรอยู่ในระบบดวงอาทิตย์ ชื่อ Trappist-1 (2MASS J23062928-0502285) ห่างจากโลก 39 ปีแสง มีขนาดเล็กกว่า ดวงอาทิตย์ของเรา จัดอยู่ในประเภทดวงอาทิตย์แคระ ในบริเวณกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ

เดิมที่เดียว ทีมนักดาราศาสตร์ Institut d’Astrophysique et Géophysique at the University of Liège (เบลเยียม) ใช้กล้องโทรทรรศน์ Trappist (กล้องโทรทรรศน์ที่ La Silla Observatory ในทะเลทรายอาตากามา, ชิลี) ค้นพบ จึงใช้ชื่อกล้องโทรทรรศน์ เป็นชื่อเรียก Trappist-1 และในขณะนั้นการสำรวจพบดาวเคราะห์เพียง 3 ดวง ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม 2015 และเผยแพร่ผลการวิจัยในวารสาร Nature เมื่อพฤษภาคม 2016 ต่อมาทีมนักดาราศาสตร์ สำรวจแบบใกล้ชิดโดยใช้ กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ของนาซา จึงประกาศเพิ่มในปี 2017 ต่อการการค้นพบดาวเคราะห์อีก 4 ดวง จึงรวมเป็นมีดาวเคราะห์รวม 7 ดวงในระบบ Trappist-1 และนาซา ได้ประกาศว่ามีดาวเคราะห์ 3 ใน 7 ดวง ที่โคจรอยู่ในเขตดำรงชีพได้ คือ e, f, g

และเชื่อว่าทั้งหมดนั้นอาจมีของเหลว และพื้นผิวมีอุณหภูมิระหว่าง 0-100 ° C (32-212 ° F) จึงอาจมีระบบชีวิตต่างดาวแบบหนึ่งแบบใดอาศัยอยู่ได้ ในภารกิจต่อไป กล้องอวกาศสปิตเซอร์ กล้องอวกาศฮับเบิลและกล้องเคปเลอร์ จะช่วยให้นักดาราศาสตร์วางแผนสำหรับการศึกษาติดตามผลที่จะเกิดขึ้น และใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์เวบบ์ ซึ่งจะเปิดตัวในปี 2018 โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ สามารถที่จะตรวจสอบทางเคมีของน้ำ มีเทน ออกซิเจน โอโซนและส่วนประกอบอื่นๆ ในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ จะวิเคราะห์อุณหภูมิดาวเคราะห์ แรงกดดันพื้นผิว อันเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินสถานะดาวเคราะห์ที่ดำรงชีพได้