Solar System : ระบบสุริยะ


A classroom : Open science by ASTRO SUNFLOWER

Solar System : ระบบสุริยะ


•ดวงจันทร์ 149 ดวง ดาวหาง 3,400 ดวง ดาวเคราะห์น้อย 715,000 ดวง


ระบบสุริยะประกอบขึ้นด้วย ดาวฤกษ์ 1 ดวง ดาวเคราะห์ 8 ดวง ดาวเคราะห์แคระ 5 ดวง ดวงจันทร์ 149 ดวง (ดวงจันทร์ที่รอการสรุป 24 ดวง) รวม 173 ดวง ดาวหาง มากกว่า 3,400 ดวง และดาวเคราะห์น้อยมากกว่า 715,000 ดวง และวัตถุทั้งหมดที่เดินทางรอบดวงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์หมุนไปในกาแล็คซี่ทางช้างเผือก (Facts About the Milky Way) พร้อมๆกับระบบสุริยะอื่นๆ (Extrasolar planet) ที่มี ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง อุกกาบาต และดาวฤกษ์ที่มีจำนวน 400 พันล้านดวง

Approximate sizes of the planets
Solar System
•แถบไคเปอร์ เมฆออร์ต และเฮลิโอสเฟียร์ ฟองอากาศยักษ์

ศูนย์กลางของระบบสุริยะมีดวงอาทิตย์ถัดออกไปคือ ดาวเคราะห์ 8 ดวง ระบบสุริยะยังรวมถึงแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) ที่อยู่ในวงโคจรของดาวเนปจูนมีลักษณะวงแหวนที่ เต็มไปด้วยน้ำแข็งของวัตถุเกือบทั้งหมดมีขนาดเล็กจัดอยู่ในประเภท ดาวเคราะห์แคระ (Dwarf planet) และนอกเหนือจากขอบของแถบไคเปอร์ ถัดออกไปอีกคือ เมฆออร์ต (Oort Cloud) มองเหมือนเปลือกทรงกลมขนาดยักษ์ล้อมรอบระบบสุริยะของเราซึ่งถูกคาดการณ์ขึ้นอยู่กับแบบจำลอง บริเวณนี้เชื่อว่าเป็นแหล่งชุมนุมบ้านของดาวหาง (Comet) อาจมี จำนวน 10 พันล้านดวง เมฆออร์ตก่อตัวจากชิ้นน้ำแข็งขนาดเล็กจำนวนมากและบางส่วนมีขนาดเท่าใหญ่ภูเขา และมีขนาดใหญ่โตขึ้นโคจรรอบดวงอาทิตย์ของเราห่างออกไปราว 1.6 ปีแสง เปลือกของเมฆออร์ตมีความหนา 5,000 - 100,000 หน่วยดาราศาสตร์ (AU) เมฆออร์ต (Oort Cloud) เป็นขอบเขตของแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ซึ่งวัตถุที่โคจร สามารถพลิกกลับและกลับมาเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ของเราได้ เช่น ดาวหาง สุดเขตของระบบสุริยะเราเรียกว่าเฮลิโอสเฟียร์ (Heliosphere) มีลักษณะคล้ายฟองอากาศยักษ์อยู่ใน ห้วงอวกาศที่พองตัวอยู่ในสสารระหว่างดวงดาวมีความหนาระหว่าง 80-100 AU

Kuiper Belt and Oort Cloud
•จากแผ่นจานขึ้นรูปทรงกลมกลายเป็นดาวเคราะห์

ก่อนหน้าประมาณ 4.5 พันล้านปี ระบบสุริยะเป็นบริเวณที่มีเมฆก๊าซหมุนเวียนและฝุ่นขนาดใหญ่เรียกว่าเนบิวล่าดวงอาทิตย์หรือเนบิวล่าสุริยะ (Solar nebula) ต่อมาเมื่อเนบิวล่า (Nebula) ได้ยุบตัวลงเนื่องจากแรงโน้มถ่วงที่ท่วมท้นจึงหมุนเร็วขึ้นและแบนราบลงเกาะพอกเป็นแผ่นจาน (Accretion disk) วัสดุส่วนใหญ่ถูกดึงเข้าสู่ใจกลาง แรงโน้มถ่วงดึงและ ดึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดความกดดันในแกนใหญ่มากจนอะตอมของไฮโดรเจนเริ่มรวมเข้าด้วยกัน และสร้างฮีเลียมออกมาเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ดวงอาทิตย์ของเราจึงเกิดขึ้น ในที่สุดก็มีการสะสมของมวลมากกว่า 99% ของดวงอาทิตย์ (Sun) ขณะเดียวกันการเกาะพอกแผ่นจานสร้างวัตถุขนาดใหญ่ขึ้นเติบโตขึ้นด้วยความมากพอสำหรับแรงโน้มถ่วง จึงเกิดรูปร่างเป็นทรงกลมกลายเป็นดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ และดวงจันทร์ แต่ยังมีชิ้นส่วนเล็กๆยังแตกกระจายในช่วงเริ่มต้นไม่สามารถรวมกันเป็นดาวเคราะห์ได้เหลือทิ้ง กลายเป็นดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง อุกกาบาต และดวงจันทร์ขนาดเล็ก (Moonless) ที่มีรูปทรงแปลกตาและผิวไม่สม่ำเสมอ

stage of star formation
ลำดับและการจัดเรียงของดาวเคราะห์และวัตถุอื่นๆเกิดจากการรูปแบบของระบบสุริยะเอง โดยวัสดุที่เป็นหินสามารถทนต่อความร้อนได้ในระยะที่ใกล้ดวงอาทิตย์ ด้วยเหตุผลนี้ ดาวเคราะห์สี่ดวงแรกคือดาวพุธ ดาวศุกร์ โลกและดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่เป็นพื้นผิวหินแข็งและมีขนาดเล็กเรียกว่าวัตถุของระบบสุริยะชั้นใน ในขณะเดียวกันวัสดุในรูป ของน้ำแข็ง ของเหลวหรือก๊าซอยู่ในบริเวณด้านนอกของระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ สี่ดวงคือ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน เรียกว่าวัตถุของระบบสุริยะชั้นนอก โดยแรงโน้มถ่วงดึงวัสดุเหล่านี้เข้าด้วยกันทั้งระบบสุริยะ

•ดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ดวงจันทร์ดวงที่ 2 ในระบบสุริยะ

แม้พื้นที่ระบบสุริยะเป็นเศษเสี้ยวของทางช้างเผือกในความเป็นจริงยังมีสิ่งที่หาไม่พบอยู่เป็นจำนวนมาก ดาวเคราะห์ดวงที่ 9 (Planet Nine) ของระบบสุริยะเป็นชื่อฉายาที่ไม่เป็น ทางการสำหรับโลกใหม่ที่คาดการณ์ไว้ มีความเป็นไปไดที่้ค้นพบหลักฐานของดาวเคราะห์ยักษ์มีวงโคจรที่แปลกประหลาดและยาวมากในระบบสุริยะชั้นนอก มีมวลประมาณ 10 เท่าของโลกและโคจรรอบดวงอาทิตย์ประมาณ 20 เท่าโดยเฉลี่ยมากกว่าดาวเนปจูน (ซึ่งโคจรรอบดวงอาทิตย์ที่ระยะทางเฉลี่ย 2.8 พันล้านไมล์) ในความเป็นจริงดาวเคราะห์ ดวงใหม่นี้จะใช้เวลาระหว่าง 10,000 - 20,000 ปีเพื่อให้มีวงโคจรสมบูรณ์ 1 รอบของดวงอาทิตย์โดยสร้างแบบสถานการณ์จำลองขึ้นแม้ยังไม่เห็นของจริงนับเป็นจุดสำคัญในรอบ 150 ปีที่เรารู้ว่าวัตถุในระบบสุริยะยังไม่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในแถบแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt)

Planet Nine
ดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กถูกค้นพบในวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ มีชื่อทางการว่า 2016 HO3 หรือ "quasi-satellite" มีขนาดระหว่าง 40-100 เมตร (ขนาดยังไม่เป็นทางการ) การติดตามรูปแบบวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยมีการหมุนวน กลับไปกลับมาเป็นเวลาหลายสิบปี ระบุว่า 2016 HO3 มีเสถียรภาพเกือบจะเป็นดวงจันทร์ของโลกมาเกือบศตวรรษ วงโคจรของดาวเคราะห์น้อยโคจรรอบโลกแบบล่องลอยไปข้างหน้าหรือข้างหลังเล็กน้อยเป็นปีๆ แต่เมื่อลอยไปข้างหน้าหรือถอยหลังมากเกินไปแรงดึงดูดของโลกจะดึงดูดไว้เพื่อ ไม่ให้เดินไกลออกไปประมาณ 100 เท่าของดวงจันทร์ (ของโลก) ลักษณะวงโคจรมีความคล้ายการดึงไปดึงมาเหมือนการเต้นรำกับโลก ทั้งสองกรณีอาจต้องใช้เวลาพิจารณา ถึงข้อมูลเพิ่มเติมและการจัดประเภทอย่างเป็นทางการต่อไปในอนาคต

2016 HO3
•ใช้เวลาอีกยาวไกลในการค้นหาครอบครัวสุริยะ

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ที่ผ่านมาการค้นพบของกาลิเลโอกาลิเลอี (Galileo Galilei) โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ที่เพิ่งคิดค้นได้สนับสนุนแนวความคิดระบบสุริยะซึ่งดาวเคราะห์ทุกดวง รวมถึงโลกหมุนรอบกลางดวงอาทิตย์เรียกว่าทฤษฎีเอกภพโคเปอร์นิคัส (Copernican heliocentric theory) และเป็นแนวคิดการปฏิวัติความรู้ดาราศาสตร์ใหม่เนื่องจากคน ส่วนใหญ่ในอดีตคิดว่าโลกของเราเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ตั้งแต่นั้นมาเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบสุริยะของเรามากขึ้นและสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนี้มีการสำรวจระบบสุริยะโดย ใช้กล้อ โทรทรรศน์บนพื้นดินยานอวกาศสำรวจและแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ช่วย ในการค้นหาวัตถุเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในระบบสุริยะที่ยังกระจัดกระจายอยู่ตามลำดับ