Mercury : ดาวพุธ

 

Mercury
ดาวพุธ
 

 

• เห็นดวงอาทิตย์ใหญ่ 3 เท่า

 

ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็กประเภทมีพื้นผิวชัดเจน (Terrestrial) ห่างจากดวงอาทิตย์ใกล้ที่สุดราว 47 ล้านกิโลเมตร (29 ล้านไมล์) และห่างจากดวงอาทิตย์ ไกลที่สุด ประมาณ 70 ล้านกิโลเมตร ถ้าเราสามารถยืนอยู่บนพื้นผิวที่ไหม้เกรียมของดาวพุธเราจะมองเห็นดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่กว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับการมองจากโลกเนื่องจาก ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ (Sun)

 

• สังเกตยากภายใต้แสงจ้า

 

ดาวพุธมักปรากฏอยู่ภายใต้แสงจ้าของดวงอาทิตย์ จึงยากที่จะสังเกตจากโลกได้โดยตรง ยกเว้นในช่วงเช้ามืดหรือตอนเย็น อุณหภูมิบนพื้นผิวของดาวพุธสูง 800 องศาฟา เรนไฮต์ (430 องศาเซลเซียส) เนื่องไม่มีบรรยากาศที่จะเอื้อให้เก็บความร้อนไว้ จึงมีอุณหภูมิในเวลากลางคืนบนพื้นผิวที่อาจลดลงเหลือ -290 องศาฟาเรนไฮต์ (-180 องศา เซลเซียส)

 

• หนึ่งวันยาวกว่าหนึ่งปี

 

ดาวพุธโคจรรอบดวงอาทิตย์ทุกๆ 88 วัน (หรือเท่ากับ 1 ปี ของโลก) ซึ่งเคลื่อนที่ผ่านอวกาศ ด้วยความเร็วได้เกือบ 50 กิโลเมตร (31 ไมล์) ต่อวินาทีเร็วกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ เพราะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ และหมุนรอบตัวเองใช้เวลา 1,408 ชั่วโมง (หรือเท่ากับ 1 วัน ของโลก)

 

ดาวพุธมักปรากฏอยู่ภายใต้แสงจ้าของดวงอาทิตย์

 

• พายุทอร์นาโดแม่เหล็ก

 

ชั้นบรรยากาศดาวพุธค่อนข้างบาง ประกอบไปด้วยอะตอมที่ถูกทำลายจากพื้นผิวด้วยลมสุริยะและอนุภาคขนาดเล็กมากมาย เนื่องจากความกดดันจากรังสีดวงอาทิตย์อะตอม จึงหลบหนีเข้าไปสู่อวกาศเป็นเม็ดฝุ่นอวกาศ (Dust) ได้อย่างรวดเร็ว และสนามแม่เหล็กดาวพุธมีอ่อนแอมากเทียบได้ว่ามีอำนาจเหลือพียง 1% ของโลก (Earth) เท่านั้น

 

จึงเป็นโอกาสที่สนามแม่เหล็กของลมสุริยะ (Solar Wind) พัดกระหน่ำทะลวงสร้างพายุทอร์นาโดแม่เหล็กที่รุนแรงและหอบเอาความร้อนพุ่งลงสู่พื้นผิวได้ อย่างรวดเร็วมาก เมื่อกลุ่มไอออนกระทบพื้นผิวก็จะพุ่งออกจากอะตอมที่มีประจุ ส่งต่อไปยังที่สูงขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งเป็นส่วนผสมของโซเดียมไอออนและฮีเลียม (Sodium Ion and Helium)

 

พายุทอร์นาโดแม่เหล็ก-กลุ่มไอออนกระทบพื้นผิว

 

บริเวณที่ร้อนที่สุด-ธาตุกำมะถันและโพแทสเซียม

 

• บริเวณที่ร้อนที่สุด

 

พื้นผิวของดาวพุธคล้ายคลึงกับดวงจันทร์ของโลก มองคล้ายมีแผลเกิดจากการชนกับอุกกาบาตและดาวหางเป็นหลุมอ่างขนาดใหญ่มาก (Basin Impact) ได้แก่ Caloris (เส้นผ่าศูนย์กลาง 1,550 กิโลเมตร) หรือเรียกว่า Sub-solar-point หมายความว่าเป็นบริเวณที่ร้อนที่สุดบนดาวพุธและแอ่งอุกกาบาต Rachmaninoff มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 306 กิโลเมตร ทั้งหมดสร้างขึ้นโดยดาวเคราะห์น้อย (Asteroid) ที่มีผลต่อพื้นผิวของดาวเคราะห์ในช่วงต้นของประวัติศาสตร์ของระบบสุริยะ

 

• หดตัวจึงเกิดหน้าผาสูง

 

ในขณะที่พื้นที่ขนาดใหญ่มีภูมิประเทศที่ราบเรียบ นอกจากนี้ยังมีหน้าผายาวหลายร้อยกิโลเมตร มีความสูงขึ้นไปถึง 1.6 กิโลเมตร ลักษณะความสูงขึ้นไปของหน้าผาเกิดจาก โครงสร้างภายในของดาวพุธเย็นลงและเกิดหดตัวทำให้พื้นผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงมานับพันล้านปีนับตั้งแต่ที่ดาวพุธได้ถือกำเนิดขึ้น

 

ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์หินที่มีความหนาแน่นมีแกนโลหะขนาดใหญ่รัศมี ประมาณ 2,000 กิโลเมตร หรือ ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของรัศมี แกนกลางและพบหลักฐานว่ามีการ หลอมเหลว (เหลวบางส่วน) เปลือกนอกของดาวพุธเปรียบได้กับเปลือกนอกของโลกเช่นกัน แต่มีความหนาประมาณ 400 กิโลเมตร 

 

ดาวพุธคล้ายคลึงกับดวงจันทร์ของโลก

 

• สร้างแผนที่ดาวพุธ

 

ยานแรกที่ไปเยี่ยมชมดาวพุธคือ Mariner 10 ซึ่งถ่ายภาพได้ประมาณ 45 % ของพื้นผิว ในภารกิจ Meshenger Space, Space Environmental, Geochemistry และ Ranging (MESSENGER) ของ NASA ได้ไปดาวพุธ 3 ครั้งในปีพ. ศ. 2551-2552 ได้รับการถ่ายภาพพื้นผิวเกือบทั้งหมด และกำหนดครอบคลุมพื้นที่เกิดผลกระทบจากภูเขาไฟ (Extensive Volcanism and Impacts) เพื่อสร้างแผนที่ดาวพุธ

 

• มีน้ำในหลุมอุกกาบาค

 

ยานสำรวจ MESSENGER ได้ค้นพบทางวิทยาศาสตร์มากมาย พบว่าดาวพุธมีความอุดมสมบูรณ์อย่างมากของธาตุกำมะถันและโพแทสเซียม ค้นพบว่าสนามแม่เหล็กของ ดาวพุธมีความผิดปกติมาก และพบว่าอาจมีน้ำแข็งที่ขั้วเหนือ ขั้วใต้ภายในหลุมอุกกาบาตที่ลึก มีอยู่เฉพาะในบริเวณที่มีเงามืดอย่างถาวร สอดคล้องกับแนวคิดว่าน้ำแข็งเย็น พอที่จะรักษาได้ แม้ว่าจะมีอุณหภูมิสูงมากจากพื้นผิวสัมผัสกับแสงแดดส่วนต่างๆของดาวพุธก็ตาม

 

Panorama Infographics

 

10 เรื่องสำคัญของดาวพุธ

 

1.ขนาด

ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดในระบบสุริยะมีขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์เพียงเล็กน้อย ถ้าดวงอาทิตย์ใหญ่เท่ากับลูกฟุตบอลดาวพุธขนาดเท่ากับ 1 ใน 4 ของหัวเข็มหมุด

 

2.ตำแหน่งในระบบสุริยะ

ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์ที่สุด ที่ระยะทางค่าเฉลี่ยประมาณ 58 ล้านกิโลเมตร (36 ล้านไมล์) หรือ 0.39 AU

 

3.วัน เดือน ปี

หนึ่งวันบนดาวพุธ เท่ากับ 1,408  ขั่วโมงของโลก  หนึ่งปีบนดาวพุธ เท่ากับ 88 วันของโลก

 

4.ลักษณะพื้นผิว

สภาพแวดล้อมเป็นดาวเคราะห์หิน มีพื้นผิวที่แข็งและหลุมอุกกาบาตเช่นเดียวกับดวงจันทร์ของโลก ถ้าสิ่งของน้ำหนักบนโลก 100 กิโลกรัม ไปอยู่บนดาวพุธ จะหนัก 38 กิโลกรัม

 

5.บรรยากาศ

บนดาวพุธมีบรรยากาศบางๆ (Exosphere) ประกอบด้วยส่วนของออกซิเจน (O2) โซเดียม (Na) ไฮโดรเจน (H2) ฮีเลียม (He) และโพแทสเซียม (K) อะตอมที่ถูกทำลายจาก พื้นผิวโดยพายุสุริยะและผลกระทบของสะเก็ดดาวจิ๋ว (Micrometeoroid) ปกคลุมสภาพแวดล้อมบนดาวพุธ

 

6.ดวงจันทร์

ดาวพุธไม่มีดวงจันทร์

 

7.วงแหวน

ดาวพุธไม่มีวงแหวน

 

8.ยานสำรวจ

มีเพียง 2 ภารกิจที่ได้ไปเยือนดาวเคราะห์หินนี้ คือ Mariner 10 ในปี 1974-5 และ MESSENGER ซึ่งบินผ่านดาวพุธ 3 ครั้ง ก่อนจะโคจรรอบๆในปี 2011

 

9.ไม่เอื้อต่อระบบชีวิต

ไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับชีวิตที่ถูกค้นพบบนดาวพุธ อุณหภูมิในตอนกลางวันสูงถึง 430 องศาเซลเซียส (800 องศาฟาเรนไฮต์) และลดลงถึง -180 องศาเซลเซียส (-290 องศาฟา เรนไฮต์) ในเวลากลางคืน ดังนั้นระบบชีวิตคงไม่น่าที่สามารถอยู่รอดบนดาวพุธได้

 

10.สนามแม่เหล็ก

สนามแม่เหล็กดาวพุธมีความอ่อนแอ มีอำนาจเพียง 1% เมื่อเทียบกับสนามแม่เหล็กโลก