Venus : ดาวศุกร์

 

Venus
ดาวศุกร์
 

• อุณหภูมิพอที่ละลายตะกั่วได้

 

ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ประเภทมีพื้นผิวชัดเจน (Terrestrial) มีวงโคจรเป็นดวงที่ 2 จากดวงอาทิตย์ (Sun) และวงโคจรใกล้กับโลกลักษณะการหมุนของดาวศุกร์หมุนตัวไป ช้าๆในทิศทางตรงกันข้ามต่างกับดาวเคราะห์ส่วนใหญ่ โดยมีสภาพแวดล้อมบรรยากาศหนาแน่นทำให้สามารถดักจับ ความร้อนเกิดผลกระทบของเรือนกระจกอย่างร้ายแรง และทำให้เป็นดาวเคราะห์ที่มีความร้อนสูงที่สุดในระบบสุริยะ (Solar System) มีอุณหภูมิพื้นผิวร้อนพอที่จะละลายตะกั่วได้และภายใต้เมฆหนาเผยให้ เห็นภูเขาไฟโบราณ ที่มีรูปร่างผิดปกติต่างจากภูเขาไฟบนโลก

 

ในทางกายภาพ ดาวศุกร์มีรัศมี 3,760 ไมล์ (6,052 กิโลเมตร) มีขนาดใกล้เคียงกับโลก (Earth) ห่างจาก ดวงอาทิตย์จากระยะทางเฉลี่ย 67 ล้านไมล์ (108 ล้านกิโลเมตร) หรือ 0.7 หน่วยดาราศาสตร์ (AU) จากระยะทางนี้แสงแดดจากดวงอาทิตย์ใช้เวลา 6 นาทีในการเดินทางมาถึงดาวศุกร์

 

ดาวศุกร์หมุนรอบดวงอาทิตย์เกือบเป็นวงกลม

 

• หมุนผิดปกติจึงไม่มีฤดูกาล

 

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะมีการหมุนที่ผิดปกติ 2 ดวงคือ ดาวศุกร์และดาวยูเรนัส (Uranus) เป็นดาวเคราะห์ที่หมุนจากตะวันออกไปตะวันตก คือหมายถึงการหมุนย้อนกลับ (Backwards) หรือหมุนรอบตัวเองไปข้างหลัง (Retrograde Rotation) มีความลาดเอียงแกนเพียง 3 องศา โดยดาวศุกร์หมุนรอบดวงอาทิตย์เกือบเป็นวงกลมมีตำแหน่งเกือบ เที่ยงตรงปะทะกับแสงอาทิตย์ตลอดเวลา จึงเป็นเหตุไม่พบฤดูกาลที่เห็นได้ชัดเหมือนโลก แตกต่างจากวงโคจรของดาวเคราะห์ดวงอื่นมีลักษณะเป็นรูปวงรี

 

จึงเป็นเหตุไม่พบฤดูกาลที่เห็นได้ชัดเหมือนโลก

 

เมฆของกรดซัลฟูริก (กำมะถัน)

 

• หินเฉดสีเทาเหมือนโลก

 

โครงสร้างดาวศุกร์มีแกนกลางเป็นชั้นหิน และเปลือกแข็งคล้ายกับโลกมีแกนเหล็กที่มีรัศมีประมาณ 2,000 ไมล์ (3,200 กิโลเมตร) มีชั้นห่อหุ้ม (Mantle) เป็นหินร้อนที่ปั่นป่วน เนื่องจากความร้อนภายในของดาวศุร์และพื้นผิวของหินที่พองของแผ่นเปลือก และเคลื่อนตัวไปตามการเปลี่ยนแปลงของดาวศุกร์จากภูเขาไฟ พื้นผิวหินมีเฉดสีเทาเหมือน หินบนพื้นโลก

 

• ท้องฟ้าสกปรกขุ่นมัว

 

ทางเคมีประกอบด้วยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ ไนโตรเจนและเมฆของกรดซัลฟูริก (กำมะถัน) เวลาเมฆที่หนาดักจับความร้อนของดวงอาทิตย์ทำให้อุณหภูมิ พื้นผิวสูงกว่า 880 องศาฟาเรนไฮต์ (470 องศาเซลเซียส) บรรยากาศมีหลายชั้นมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันในระดับ แต่ละชั้นเมฆโดยเมฆอยู่ห่างจากพื้นผิวประมาณ 30 ไมล์จะมีอุณหภูมิเท่ากับที่ พื้นผิวของดาวศุกร์  บรรยากาศหนาแน่นด้วยไอกำมะถันล่องลอยไปทั่ว เนื่องจากอดีตที่มีภูเขาไฟจำนวนมาก เมื่อถูกแสงแดดทำให้ทุกอย่างดูเป็นสีส้มทึบแสงท้องฟ้าดูสกปรก ขุ่นมัวและไม่สดใส

 

• ฟ้าผ่า ฟ้าแลบ ตลอดเวลา

 

ขณะที่ดาวศุกร์หมุนเคลื่อนไปในวงโคจรของดวงอาทิตย์ และขณะเดียวกันที่หมุนรอบตัวเอง ระดับบนสุดของเมฆมีการคลื่นไหวสาเหตุเกิดจากแรงลมของพายุเฮอร์ริเคนของ ดาวศุกร์เองมีลักษณะคล้ายกับถูกปั่นเป็นฟองหมุน (น้ำวน) ซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 224 ไมล์ (360 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง พร้อมมีการระเบิดขึ้นของแสงจากประจุ  ไฟฟ้าจาก เมฆที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเป็นที่มา ของฟ้าผ่า ฟ้าแลบในบรรยากาศเกือบตลอดเวลา

 

• รังสีพายุสุริยะ

 

เพราะว่าสนามแม่เหล็กดาวศุกร์สาบสูญไปนานแล้ว เป็นโอกาสที่ทำให้พายุสุริยะ (Solar Wind) สามารถพัดกระหน่ำรังสีที่อันตรายสู่ดาวศุกร์โดยไม่มีสิ่งใดคอยปกป้อง การเกิดขึ้นอย่างยาวนานเช่นนี้ จึงเกิดความร้อนสะสมของเรือนกระจกขึ้นอย่างเข้มแข็งครอบคลุมดาวศุกร์ทั้งดวง เป็นการกักความร้อนจากอนุภาคของรังสีที่มากับพายุสุริยะ ผลที่เกิดขึ้นคือ มีความร้อนสูงเท่ากันตลอดทั้งดวง จึงเป็นดาวเคราะห์ที่มีสถานะเรือนกระจกร้ายแรง

 

สนามแม่เหล็กบนดาวศุกร์ได้ สาบสูญ

 

ภูเขาไฟนับหมื่นแต่ไม่พบหลุมอุกกาบาตขนาดเล็ก

 

• ภูเขาไฟนับหมื่นแต่ไม่พบหลุมอุกกาบาตขนาดเล็ก

 

ภูเขาไฟบนดาวศุกร์มีนับหมื่นแห่งภูเขาสูงที่สุดบนดาวศุกร์คือ Maxwell Montes มีความสูงประมาณ 20,000 ฟุต (8.8 กิโลเมตร) คล้ายกับภูเขาที่สูงที่สุดในโลกคือเทือกเขา เอเวอร์เรส (Mount Everest) ภูมิประเทศบนดาวศุกร์มีฝุ่นไอกำมะถัน เพราะอดีตมีการปะทุภูเขาไฟได้สงบลงเมื่อ 300-500 ล้านปีที่ผ่านมา และที่ราบสูงบนดาวศุกร์คือ Ishtar Terra มีขนาดเกือบ 6,000 ไมล์ (10,000 กิโลเมตร)

 

ทั่วไปดาวศุกร์มีหลุมอุกกาบาตมีขนาดที่ไม่น้อยกว่า 0.9 ถึง 1.2 ไมล์ (1.5 ถึง 2 กิโลเมตร) สาเหตุเพราะอุกกาบาตขนาดเล็กที่พุ่งปะทะดาวศุกร์จะเผาผลาญหมดสิ้นใน ชั้นบรรยากาศที่มีความหนาแน่น ดังนั้นอุกกาบาตขนาดใหญ่เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงพื้นผิวและสร้างหลุมอุกกาบาตให้เห็นได้

 

Panorama Infographics

 

10 เรื่องสำคัญของดาวศุกร์

 

1.ขนาด

ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์มีขนาดใกล้เคียงกับโลก ถ้าดวงอาทิตย์ใหญ่เท่ากับลูกฟุตบอลดาวศุกร์จะมีขนาดใหญ่เท่ากับหัวเข็มหมุด

 

2.ตำแหน่งในระบบสุริยะ

ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ดวงที่อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่สองในระบบสุริยะ ที่ระยะทางประมาณ 67 ล้านกิโลเมตร (108 ล้านไมล์) หรือ 0.70 AU

 

3.วัน เดือน ปี

หนึ่งวันบนดาวศุกร์ เท่ากับ 5,832 ขั่วโมงของโลก หนึ่งปีบนดาวศุกร์ เท่ากับ 225 วันของโลก

 

4.ลักษณะพื้นผิว

สภาพแวดล้อมเป็นดาวเคราะห์หินมีพื้นผิวที่แข็ง ทัศนวิสัยบนพื้นดินจะมีลักษณะมืดทึบคล้ายเวลาใกล้พลบค่ำในโลก หากเราเดินบนดาวศุกร์จะคล้ายกับเดินอยู่ใต้น้ำลึก 1 ไมล์ (1.6 กิโลเมตร) เพราะบรรยากาศมีความกดดันสูง ทั่วไปมีหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ 1.5 ถึง 2 กิโลเมตรขึ้นไป และถ้าสิ่งของน้ำหนักบนโลก 100 กิโลกรัมไปอยู่บน ดาวศุกร์จะหนัก 91 กิโลกรัม

 

5.บรรยากาศ

ประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไนโตรเจน (N2) และหยดเมฆของกรดซัลฟูริก (H2SO4) ท้องฟ้าจึงขุ่นมัวไม่สดใสพร้อมกับมีฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า เกือบตลอด เวลาอุณหภูมิพื้นผิวสูงกว่า 880 องศาฟาเรนไฮต์ (470 องศาเซลเซียส) บรรยากาศมีหลายชั้นที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน ชั้นบนของบรรยากาศมีลมพัดแรง

 

6.ดวงจันทร์

ดาวศุกร์ไม่มีดวงจันทร์

 

7.วงแหวน

ดาวศุกร์ไม่มีวงแหวน

 

8.ยานสำรวจ

NASA's Mariner 2 สำรวจดาวศุกร์พบอุณหภูมิพื้นผิวที่สูงมาก เป็นยานอวกาศลำแรกที่ส่งข้อมูลจากดาวศุกร์มายังโลก และในปี 1970 ยานอวกาศ Venera 7 ของสหภาพ โซเวียต ส่งข้อมูลจากพื้นผิวของดาวศุกร์ได้ 23 นาที ในขณะที่ลงจอดนานเป็นเวลานาน 2 ชั่วโมง 7 นาที ต่อมาจึงถูกสภาพอากาศทำลายลง

 

นับยานอวกาศลำแรกที่ประสบ ความสำเร็จในการลงจอดบนดาวศุกร์ และยานอวกาศ Magellan ของ NASA สู่วงโคจรรอบดาวศุกร์ใช้เรดาร์ตรวจพื้นผิวได้ 98 % เพื่อการทำ แผนที่สำเร็จต่อมายานอวกาศ Akatsuki ของญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการโคจรรอบดาวศุกร์ และได้ถ่ายภาพลมพายุในชั้นบรรยากาศได้สำเร็จ

 

9.ไม่เอื้อต่อระบบชีวิต

มนุษย์ไม่สามารถเดินทางไปยังดาวศุกร์ได้ แต่เคยมียานอวกาศรัสเซียที่ถูกส่งไปยังพื้นผิวของดาวศุกร์ และอยู่ที่นั่นได้ไม่นานละลายลงเพราะอุณหภูมิพื้นผิวร้อนมากเกินไป จะทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ว่ามีใครสามารถอยู่รอดได้นาน

 

แต่มีการสันษิฐานและสืบค้นเกี่ยวกับชีวิต (แบคทีเรีย) ที่มีอยู่ในอดีตอันไกลโพ้นของดาวศุกร์ มีความเป็นไปได้ในการมีชีวิตอยู่ในเมฆชั้นบนของบรรยากาศที่เย็นกว่า

 

10.อุณหภูมิความร้อนทั่วทั้งดวง

แม้ว่าดาวศุกร์ห่างดวงอาทิตย์มากกว่าดาวพุธแต่กลับมีความร้อนสูงเท่ากับเตาอบพิซซ่า นับเป็นความร้อนที่สูงที่สุดของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะโดยอุณหภูมิความร้อนทั่ว ถึงทั้งดวงในเวลากลางวันและกลางคืน จากบรรยากาศหนาแน่นทำให้สามารถดักจับความร้อน เกิดผลกระทบของเรือนกระจก (Greenhouse effect) อย่างร้ายแรงและไม่ สามารถแก้ไขได้