venus : ดาวศุกร์

 

A classroom : Open science by ASTRO SUNFLOWER

Venus : ดาวศุกร์


ตำแหน่งที่ตั้ง-กลไกที่แตกต่าง-การหมุนที่ผิดปกติ

ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ประเภทมีพื้นผิวชัดเจน (Terrestrial) มีวงโคจรเป็นดวงที่สองจากดวงอาทิตย์ (Sun) และวงโคจรใกล้กับโลกลักษณะการหมุนของดาวศุกร์หมุนตัวไปช้าๆ ในทิศทางตรงกันข้ามต่างกับดาวเคราะห์ส่วนใหญ่ โดยมีสภาพแวดล้อมบรรยากาศหนาแน่นทำให้สามารถดักจับความร้อนเกิดผลกระทบของเรือนกระจก (Greenhouse effect) อย่างร้ายแรงและทำให้เป็นดาวเคราะห์ที่มีความร้อนสูงที่สุดในระบบสุริยะ (Solar system) โดยมีอุณหภูมิพื้นผิวร้อนพอที่จะละลายตะกั่วได้ภายใต้เมฆหนาเผยให้เห็นภูเขาไฟ โบราณที่มีรูปร่างผิดปกติต่างจากภูเขาไฟบนโลก

ดาวศุกร์มีรัศมี 3,760 ไมล์ (6,052 กิโลเมตร) มีขนาดใกล้เคียงกับโลก (Earth) ห่างจากดวงอาทิตย์จากระยะทางเฉลี่ย 67 ล้านไมล์ (108 ล้านกิโลเมตร) หรือ 0.7 หน่วยดาราศาสตร์ AU) จากระยะทางนี้แสงแดดจากดวงอาทิตย์จะใช้เวลา 6 นาทีในการเดินทางมาถึงดาวศุกร์ ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะมีการหมุนที่ผิดปกติ 2 ดวงคือ ดาวศุกร์ และดาวยูเรนัส (Uranus) เป็นดาวเคราะห์ที่หมุนจากตะวันออกไปตะวันตก คือหมายถึงหมุนย้อนกลับ (Backwards) หรือหมุนรอบตัวเองไปข้างหลัง (Retrograde rotation) ลาดเอียงแกนเพียง 3 องศา โดยดาวศุกร์หมุนรอบดวงอาทิตย์เกือบ เป็นวงกลมมีตำแหน่งเกือบเที่ยงตรงและไม่พบฤดูกาลที่เห็นได้ชัด

Venus' rotation and orbit
Night on Venus in Infrared from Orbiting Akatsuki
•สภาพแวดล้อมที่แท้จริงคือเฉดสีเทา-แต่เห็นเป็นสีส้ม

การหมุนหนึ่งรอบของดาวศุกร์ใช้เวลา 243 วันโลกซึ่งเป็นกลางวันที่ยาวที่สุดของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ส่วนเวลากลางคืนใช้เวลา 117 วันโลก แต่เวลา 1 ปี ของดาวศุกร์ ที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 225 วัน นอกจากนั้นลักษณะการหมุนจะเป็นวงกลมที่สมบูรณ์แบบ ต่างจากวงโคจรของดาวเคราะห์ดวงอื่นมีลักษณะเป็นรูปวงรีหรือรูปวงรีมากกว่า โครงสร้างดาวศุกร์มีแกนกลางเป็นชั้นหินและเปลือกแข็งคล้ายกับโลกมีแกนเหล็กที่มีรัศมีประมาณ 2,000 ไมล์ (3,200 กิโลเมตร) มีชั้นห่อหุ้ม (Mantle) เป็นหินร้อนที่ปั่นป่วน เนื่องจากความร้อนภายในของดาวศุร์และพื้นผิวของหินที่พองของแผ่นเปลือก และเคลื่อนตัวไปตามการเปลี่ยนแปลงของดาวศุกร์จากภูเขาไฟ หากเรามองดาวศุกร์จากอวกาศ หรือจากโลกมีส่วนพื้นผิวหินในเฉดสีเทาที่แตกต่างกันเหมือนหินบนพื้นโลก หากเราไปยืนดูอยู่บนดาวศุกร์บรรยากาศหนาแน่นจะกรองแสงแดดเพื่อให้ทุกอย่างดูเป็นสีส้ม

บรรยากาศของประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจนและเมฆของกรดซัลฟูริก ท้องฟ้าจึงขุ่นมัวไม่สดใสพร้อมกับมีฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า เกือบตลอดเวลาบรรยากาศ ที่หนาดักจับความร้อนของดวงอาทิตย์ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวสูงกว่า 880 องศาฟาเรนไฮต์ (470 องศาเซลเซียส) บรรยากาศมีหลายชั้นที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันในระดับที่มีเมฆ อยู่ห่างจากพื้นผิวประมาณ 30 ไมล์จะมีอุณหภูมิเท่ากับที่พื้นผิวของดาวศุกร์ ขณะที่ดาวศุกร์หมุนเคลื่อนไปข้างหน้าในวงโคจรของดวงอาทิตย์ และขณะเดียวกันก็หมุนไปข้างหลัง บนแกนระดับบนสุดของเมฆจะพุ่งขึ้นรอบดาวศุกร์ (ทุกๆ 4 วันโลก) โดยแรงลมของพายุเฮอร์ริเคนของดาวศุกร์จะเคลื่อนที่ไปประมาณ 224 ไมล์ (360 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง ทำให้เกิดฟ้าผ่าในบรรยากาศพร้อมมีการระเบิดขึ้นของแสงจากประจุไฟฟ้าของเมฆเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และที่อันตรายอย่างยิ่งลมพายุเหล่านั้นเป็นกลุ่มก้อนเมฆกรดกำมะถัน มีลักษณะคล้ายกับถูกปั่นเป็นฟองหมุน (น้ำวน) และสนามแม่เหล็กบนดาวศุกร์ได้สาบสูญไปทำให้พายุสุริยะ (Solar wind) พัดกระหน่ำมีรังสีที่อันตรายต่อระบบชีวิตนับเป็น ดินแดนความโหดร้ายของนรกเมฆกำมะถันบนดาวศุกร์ (The Venusian)

Solar wind
Atmosphere of Venus
Ishtar Terra
•แผ่นดินที่ราบสูง-ไม่พบหลุมอุกกาบาตขนาดเล็ก

ภูเขาไฟบนดาวศุกร์มีนับหมื่นแห่งภูเขาสูงที่สุดบนดาวศุกร์คือ Maxwell Montes มีความสูงประมาณ 20,000 ฟุต (8.8 กิโลเมตร) คล้ายกับภูเขาที่สูงที่สุดในโลกคือ เทือกเขาเอเวอร์เรส (Mount Everest) ภูมิประเทศบนดาวศุกร์มีฝุ่นไอกำมะถันเพราะอดีตมีการปะทุภูเขาไฟและได้สงบลงเมื่อ 300-500 ล้านปีที่ผ่านมา และที่ราบสูงบนดาวศุกร์คือ Ishtar Terra มีขนาดเกือบ 6,000 ไมล์ (10,000 กิโลเมตร) ทั่วไปดาวศุกร์มีหลุมอุกกาบาตมีขนาดที่ไม่น้อยกว่า 0.9 ถึง 1.2 ไมล์ (1.5 ถึง 2 กิโลเมตร) สาเหตุเพราะอุกกาบาต ขนาดเล็กที่พุ่งปะทะดาวศุกร์จะเผาผลาญหมดสิ้นในชั้นบรรยากาศที่มีความ หนาแน่นดังนั้นอุกกาบาตขนาดใหญ่เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงพื้นผิวและสร้างหลุมอุกกาบาตได้

10 เรื่องสำคัญดาวศุกร์


1.ขนาด
ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์มีขนาดใกล้เคียงกับโลก ถ้าดวงอาทิตย์ใหญ่เท่ากับลูกฟุตบอลดาวศุกร์จะมีขนาดใหญ่เท่ากับหัวเข็มหมุด

2.ตำแหน่งในระบบสุริยะ
เป็นดาวเคราะห์ดวงที่อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่สอง ที่ระยะทางประมาณ 67 ล้านกิโลเมตร (108 ล้านไมล์) หรือ 0.70 AU

3.วัน เดือน ปี
หนึ่งวันบนดาวศุกร์ (เวลาที่ดาวศุกร์จะหมุนรอบตัวเองหนึ่งครั้งเมื่อเทียบกับโลก)ใช้เวลา 243 วันโลก วัฏจักรหนึ่งคืนบนดาวศุกร์ใช้เวลา 117 วันโลก ดาวศุกร์มีวงโคจรสมบูรณ์ รอบดวงอาทิตย์ (เวลาที่ดาวศุกร์จะหมุนรอบดวงอาทิตย์หนึ่งครั้งเมื่อเทียบกับโลก) เพียง 225วันโลก

4.ลักษณะพื้นผิว สภาพแวดล้อม
เป็นดาวเคราะห์หินมีพื้นผิวที่แข็ง ทัศนวิสัยบนพื้นดินจะมีลักษณะมืดทึบคล้ายเวลาใกล้พลบค่ำในโลก และหากเราเดินบนดาวศุกร์จะคล้ายกับเดินอยู่ใต้น้ำลึก 1 ไมล์ (1.6 กิโลเมตร) เพราะบรรยากาศมีความกดดันสูง มีหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ 1.5 ถึง 2 กิโลเมตรขึ้นไปทั่วไปไม่พบว่ามีขนาดเล็ก ถ้าสิ่งของน้ำหนักบนโลก 100 กิโลกรัมไปอยู่บน ดาวศุกร์จะหนัก 91 กิโลกรัม

5.บรรยากาศ
ประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไนโตรเจน (N2) และหยดเมฆของกรดซัลฟูริก (H2SO4) ท้องฟ้าจึงขุ่นมัวไม่สดใสพร้อมกับมีฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า เกือบตลอดเวลา อุณหภูมิพื้นผิวสูงกว่า 880 องศาฟาเรนไฮต์ (470 องศาเซลเซียส) บรรยากาศมีหลายชั้นที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน

6.ดวงจันทร์
ดาวศุกร์ไม่มีดวงจันทร์

7.วงแหวน
ดาวศุกร์ไม่มีวงแหวน

8.ยานสำรวจ
NASA's Mariner 2 ถึงดาวศุกร์และพบอุณหภูมิพื้นผิวที่สูงมากเป็นยานอวกาศลำแรกที่ส่งข้อมูลจากดาวศุกร์มายังโลก และในปี 1970 ยานอวกาศ Venera 7 ของสหภาพโซเวียต ส่งข้อมูลจากพื้นผิวของดาวศุกร์เป็นได้เป็น 23 นาที ลงจอดนานเป็นเวลานาน 2 ชั่วโมง 7 นาที จึงถูกสภาพอากาศทำลายลงนับยานอวกาศลำแรกที่ประสบความสำเร็จ ในการลงจอดบนดาวศุกร์และยานอวกาศ Magellan ของ NASA สู่วงโคจรรอบดาวศุกร์ใช้เรดาร์ตรวจจับพื้นผิวได้ 98 เปอร์เซ็นต์เพื่อการทำแผนที่สำเร็จ ต่อมายานอวกาศญี่ปุ่น Akatsuki ประสบความสำเร็จในการโคจรรอบดาวศุกร์

9.ไม่เอื้อต่อระบบชีวิต
มนุษย์ไม่สามารถเดินทางไปยังดาวศุกร์ได้แต่เคยมียานอวกาศที่ถูกส่งไปยังพื้นผิวของดาวศุกร์ และอยู่ที่นั่นได้นานมากนักจะละลายเพราะอุณหภูมิพื้นผิวสูงร้อนมากเกินไปกับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ว่ามีใครสามารถอยู่รอดได้นานแต่มีการสันษิฐานและสืบค้นเกี่ยวกับชีวิต (แบคทีเรีย) ที่มีอยู่ในอดีตอันไกลโพ้น ของดาวศุกร์ มีความเป็นไปได้ในการมีชีวิตอยู่ในชั้นเมฆชั้นบนของบรรยากาศที่เย็นกว่าในปัจจุบันนี้

10.อุณหภูมิความร้อนทั่วทั้งดวง
แม้ว่าดาวศุกร์ห่างดวงอาทิตย์มากกว่าดาวพุธ (Mercury) แต่กลับมีความร้อนสูงเท่ากับเตาอบพิซซ่า นับเป็นความร้อนที่สูงที่สุดของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะโดยอุณหภูมิ ความร้อนทั่วถึงทั้งดวงในเวลากลางวันและกลางคืนจากบรรยากาศหนาแน่นทำให้สามารถดักจับความร้อนเกิดผลกระทบของเรือนกระจก (Greenhouse effect) อย่างร้ายแรง และไม่สามารถแก้ไขได้