Jupiter : ดาวพฤหัสบดี

 

Saturn
ดาวเสาร์
 

• วงแหวนยิ่งใหญ่สวยงาม

 

ในระบบสุริยะ ของเราประดับประดาด้วยดาวที่สวยงาม ดาวเสาร์เป็นเคราะห์ก๊าซ (Jovian Planets) ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ห่างจากดวงอาทิตย์ (Sun) เป็นลำดับที่ 6 หรือประมาณ 1.4 พันล้านกิโลเมตร มีวงแหวนซับซ้อนหลายชั้นที่เกิดจากก้อนน้ำแข็งจำนวนมากหลายพันล้านก้อน

 

ดาวเสาร์เหมือนดาวก๊าซยักษ์พฤหัสบดี เป็นก้อนก๊าซลูกใหญ่ของไฮโดรเจนและฮีเลียม เป็นที่ตั้งของภูมิทัศน์ที่น่าสนใจ มากที่สุดในระบบสุริยะ คือ ดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) ด้านใต้ที่ลึกลงไปมีมหาสมุทรน้ำแข็งและความร้อนผลักดันให้เกิดมีน้ำพุพุ่งสูงจาก พื้นผิวนับร้อยกิโลเมตร จนถึงทะเลสาบมีเทนที่มีหมอกทึบหนาบนดวงจันทร์ ไททัน (Titan) เป็นระบบที่อุดมไปด้วยการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ และยังคงมีความลึกลับอยู่มากมาย

 

ดาวสามแฉกของกาลิเลโอ

 

• ดาวสามแฉกของกาลิเลโอ

 

อาจดูเป็นเรื่องตลกถ้าดาวเสาร์ไม่มีวงแหวน ในระบบสุริยะ (Solar System) ดาวเคราะห์ก๊าซอื่นทั้งหมด คือดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ดาวยูเรนัส (Uranus) และดาวเนปจูน (Neptune) มีแหวนด้วยเช่นกัน แต่วงแหวนของดาวเสาร์มีขนาดใหญ่และสว่างที่สุด สามารถมองเห็นจากโลกด้วยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กได้ไม่ยากนัก

 

กาลิเลโอ (Galileo Galilei) นักวิทยาศาสตร์เป็นคนแรกที่ได้เห็นวงแหวนของดาวเสาร์ ค้นพบขณะที่มอง เข้าไปในอวกาศผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กในปี ค.ศ. 1610 ซึ่งเกือบ 400 ปีมาแล้ว และในอดีตวันนั้นกาลิเลโอเข้าใจว่าดาวเสาร์เป็นดาวมีแฉก ซึ่งยังไม่คิดว่าเป็นวงแหวน 

 

ตั้งแต่นั้นมานักวิทยาศาสตร์ได้พยายามที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวงแหวนของดาวเสาร์ แต่ยังไม่แน่ใจว่าวงแหวนของดาวเสาร์จะเกิด ขึ้นเมื่อใด หรืออย่างไร คิดว่าวงแหวน อาจมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับดวงจันทร์หลายดวงของดาวเสาร์

 

ออโรราที่ไม่ใช่จากพายุสุริยะ

 

• ออโรราที่ไม่ใช่จากพายุสุริยะ

 

สนามแม่เหล็กของดาวเสาร์มีขนาดเล็กกว่าของดาวพฤหัสบดี แต่ยังคงใหญ่โตกว่าโลกถึง 578 เท่า ภายในสนามแม่เหล็กมีจำนวนอนุภาคขนาดมหึมาเป็นพื้นที่ที่มีพฤติกรรม เกิดประจุไฟฟ้า เกิดออโรราบนขั้วเหนือเมื่อพายุสุริยะพุ่งชนปะทะ แสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยบางส่วนของรังสีวิทยาของ ดาวเสาร์เป็นเหมือนดาวพฤหัสบดี

 

นอกจากนั้นอาการเหล่านี้ อาจเกิดจากการรวมกันของอนุภาคที่พุ่งออกจากดวงจันทร์ของดาวเสาร์ และจากอัตราการ หมุนของสนามแม่เหล็กอย่างรวดเร็วของดาวเสาร์ จึงปรากฎออโรรา (Aurora) ที่ไม่ใช่ต้นกำเนิดจากพายุสุริยะ (Solar Wind) ซึ่งเรายังไม่เข้าใจอย่างสมบูรณ์ในขณะนี้

 

• ผลึกแอมโมเนียสีเหลือง

 

ดาวเสาร์ปกคลุมด้วยแถบเมฆ และพายุโดยรวมแล้วดาวเคราะห์ดวงนี้มีสีน้ำตาลอ่อน เนื่องจากมีส่วนผสมของผลึกแอมโมเนียสีเหลืองในบรรยากาศ ชั้นบนลมในชั้น บรรยากาศพัดด้วยความเร็วสูงถึง 500 เมตร ต่อวินาที ที่แถบเส้นศูนย์สูตร ในทางกลับกันแรงพายุเฮอร์ริเคนแรงที่สุดบนโลกมีความเร็ว ประมาณ 110 เมตรต่อวินาที

 

ในเมฆหมอกของดาวเสาร์ มีความดันแบบเดียวกับที่เรารู้สึกเมื่อดำน้ำลึกใต้น้ำ สภาพแวดล้อมบน ดาวเสาร์มีพลังมา จนทำให้ก๊าซกลายเป็นของเหลว แม้กระทั่งยานอวกาศ โลหะจะถูกกดดันในบรรยากาศ ที่รุนแรงของดาวเสาร์เมื่อดำดิ่งเข้าใกล้

 

มีดวงจันทร์ไม่น้อยกว่า 60 ดวง

 

• วงแหวนเคลื่อนไหวไม่เคยหยุดนิ่ง

 

รอบๆของดาวเสาร์ มีดวงจันทร์ไม่น้อยกว่า 60 ดวง ที่โคจรอยู่คล้ายดาวเคราะห์น้อย (Asteroid) และอุกกาบาต บางครั้งดวงจันทร์ เหล่านี้เกิดการชนกัน แตกออกเป็นชิ้นๆ วงแหวนอาจทำจากชิ้นส่วนที่แตกหักเป็นของเหลือจากอดีตเมื่อดาวเสาร์ก่อตัวเป็นครั้งแรก จากระยะไกลดาวเสาร์ดูเหมือนว่ามีวงแหวนซ้อนกัน 7 วง แต่ละวงแหวนขนาด ใหญ่ถูกตั้งชื่อตามตัวอักษรตามลำดับที่ถูกค้นพบ

 

วงแหวนแรกถูกค้นพบว่าเป็นชื่อวงแหวน A แต่ไม่ใช่วงแหวนที่ใกล้ที่สุดหรือไกลจากดาวเสาร์วงแหวนบางวงอยู่ใกล้กัน บางวงมีช่องว่างระหว่างกันมาก แหวนทั้งหมดไม่ได้ หยุดนิ่งมีการเคลื่อน ตัววนเวียนอยู่รอบดาวเสาร์ด้วยความเร็วสูงมาก วงแหวนขนาดเล็กอาจจะยังสามารถค้นพบได้อีก

 

• ยานอวกาศบินผ่านใช้เวลากว่าสัปดาห์

 

ดาวเสาร์มีขนาดใหญ่ กว่าโลกมากกว่า 700 เท่า วงแหวนของดาวเสาร์มีความกว้างหลายพันกิโลเมตร หากมียานอวกาศบินผ่านจะต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งสัปดาห์ ในการข้ามวงแหวนของดาวเสาร์ ในทางกลับกันวงแหวนค่อนข้างบาง มีความหนาประมาณ 30 ถึง 300 ฟุตเท่านั้น ความวุ่นวายที่มองเห็นได้ที่ขอบด้านนอกของวงแหวน A ของดาวเสาร์

 

เพ็กกี้ดวงจันทร์แอบหลบซ่อน

 

• เพ็กกี้ดวงจันทร์แอบหลบซ่อน

 

ภาพจากยานอวกาศแคสสินี ของนาซา อาจเป็นสาเหตุมาจากวัตถุที่กำลัง เกิดขั้นตอนในการให้กำเนิดดวงจันทร์น้ำแข็ง (Icy Moons) มีความเป็นไปได้ที่จะปรากฏตัวของ น้ำแข็งก่อจากผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงต่ออนุภาคในบริเวณใกล้เคียงเกาะตัวขึ้น การเติบโตตามลำดับที่เกิดขึ้นซึ่งคิดว่าจากดิสก์ฝุ่นทำให้เกิดจุดสว่างที่ขอบของ วงแหวน เป็นวัตถุที่เรียกกัน อย่างไม่เป็นทางการว่า เพ็กกี้ (Peggy Moon)

 

คาดว่าจะมีความยาวไม่เกินหนึ่งกิโลเมตรอาจจะอยู่ระหว่างการโยกย้ายออกจากวงแหวน เป็นกระบวนการที่ทฤษฎีล่าสุดได้เสนอให้เป็นขั้นตอนการเกิดขึ้นของดวงจันทร์ น้ำแข็งของดาวเสาร์ ภาพนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ สังเกตการณ์ที่บันทึกโดยกล้องมุมแคบ ถ่ายภาพโดยยานอวกาศแคสสินี เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2013 คุณลักษณะที่สดใส ที่ขอบของแหวน A มีความยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร

 

พายุหกเหลี่ยมบนขั้วเหนือ

 

• พายุหกเหลี่ยมบนขั้วเหนือ

 

ตำแหน่งบริเวณขั้วเหนือของดาวเสาร์ แสดงการเกิดเจ็ตสตรีมหรือพายุหมุน ลักษณะรูปทรง 6 เหลี่ยม (Hexagon) มีความกว้างครอบคลุม 3,500 กิโลเมตร บรรยากาศภาย ในพายุมีอนุภาคหมอกควันขนาดใหญ่และมีความเข้มข้นของอนุภาค ภายใน 6 เหลี่ยม มีตาพายุ (นอกวงเล็กใจกลาง) กระจายทั่วไปประมาณ 50 แห่ง

 

ตาพายุบางส่วนนี้หมุนตามเข็มนาฬิกา แต่จุดศูนย์กลางขั้วในสุดเหนือของขั้วดาวเสาร์ตรงกลา มีกำลังหมุนแรงอย่างรวดเร็ว กลับเป็นทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกา (เป็นการ หมุนต่างทิศทางกัน) ขอบจึงเกิดรูปทรงเป็น 6 เหลี่ยม ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษบางอย่างบนดาวเสาร์ ส่วนขอบใหญ่วงนอกสุดหมุนทวนเข็มนาฬิกา

 

ทะเลสาบไฮโดรคาร์บอน

 

• ทะเลสาบไฮโดรคาร์บอน ดวงจันทร์ไททัน

 

บรรยากาศทะเลสาบไฮโดรคาร์บอนและหมอกสีเหลืองบนท้องฟ้า บนดวงจันทร์ไททันมีกลิ่นกรดไนตริก (กรดดินประสิวกลิ่นฉุนรุนแรง) แน่นไปด้วยอะเซทิลีน (ฉุนคล้าย กระเทียม) และมีลมพัดเบาๆกระจายอนุภาคของมลพิษเมฆสีเหลืองของน้ำแข็งไฮโดรเจนไซยาไนด์ ไปช้าๆเหนือลำธารคดเคี้ยว ไหลเลี้ยวลงทะเลสาบมีชื่อที่น่าตกใจ เช่น ทะเลสาบดอกไม้นรก ทะเลสาบน่าเกลียดอมตะ และทะเลสาบปลาหมึกยักษ์ เป็นต้น

 

• โมเลกุลประหลาด

 

บรรยากาศชั้นบนของดวงจันทร์ไททัน ซึ่งเกิดจากโมเลกุลของก๊าซมีเทนที่ถูกทำลายโดยแสงจากรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ และผลพลอยได้ รวมกันสร้างสาร ประกอบเช่น อีเทนและอะเซทิลีนนั้นเ กิดขึ้นในบรรยากาศอย่างหนาแน่น ยานสำรวจแคสสินี ได้ทำการตรวจจับโมเลกุลที่น่าประหลาดใจ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการผลิต สารอินทรีย์ที่ซับซ้อน

 

ภายในบรรยากาศมืดสลัวของดวงจันทร์ไททัน นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าสิ่งที่เรียกว่า “คาร์บอน ไอออน" (Carbon Chain Anions) เข้าใจว่าเป็นการสร้างบล็อคของโมเลกุล ที่ซับซ้อนมากขึ้น และอาจทำหน้าที่เป็นต้นแบบพื้นฐานสำหรับรูปแบบชีวิตที่เก่าแก่ที่สุดบนโลกของเราในยุคดึกดำบรรพ์เช่นกัน

 

เรือดำน้ำโลกต่างดาว

 

• เรือดำน้ำโลกต่างดาว

 

ช่วงมหากาพย์ 7 ปี การเดินทางของหุ่นสำรวจไฮเกนส์แนบไปกับยานแคสซินีสู่พื้นผิวของดวงจันทร์ไททัน ในระบบสุริยะชั้นนอกตลอดเวลาสำรวจ 12 ปี เรารู้ว่าดวงจันทร์

ไททัน มี 1.ชั้นบรรยากาศและฝนตก 2.มีลมหมุน 3.ก๊าซมีเทนลึกลับ 4.ที่มาของไนโตรเจน 5.การสลายตัวสารกัมมันตรังสี 6.หมอกไททัน 7.ละอองเล็กๆ 8.ลุ่มน้ำแห้งและ ทะเลสาบ 9.มีนัยของการสั่นจากใต้ดิน 10.เนินทรายที่เข้าใจยาก

 

ต่อไปการสำรวจชายฝั่งทะเลสาบ และความลึกลับคือนวัตกรรมขั้นสูง (NIAC) โดยทีม COMPASS NASA Glenn จากห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์และนักออกแบบเรือดำน้ำ ขื่อ Titan Submarine นำไปสู่การสำรวจทะเลสาบไฮโดรคาร์บอน บนดวงจันทร์ไททัน

 

มหาสมุทรดวงจันทร์เอนเซลาดัส

 

• มหาสมุทรดวงจันทร์เอนเซลาดัส

 

ดวงจันทร์เอนเซลาดัสของดาวเสาร์มี “ส่วนผสมที่จำเป็นสำหรับสภาพแวดล้อมที่เพียงพอเอื้อต่อการอาศัยได้" สารเคมีอินทรีย์คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ออกซิเจน ฟอสฟอรัสและกำมะถันซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของชีวิต มีครบบนดวงจันทร์ที่เหยือกเย็นนี้ ไฮโดรเจนโมเลกุลเป็นแหล่งพลังงานทางเคมีสำหรับชีวิต ถูกพ่นออกมาจาก แรงกดดัน จากช่องระบายความร้อน (Hydrothermal) ก้นทะเลไหลลงสู่มหาสมุทรซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับโลก

 

• ของเหลวร้อนท่ามกลางความเย็นจัด

 

นับเป็นปริศนาที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของระบบสุริยะ ควันที่พ่นออกมากับของเหลวจากมหาสมุทรภายในบวกกับความร้อนจำนวนมหาศาล การแผ่รังสีความร้อนใต้ขั้ว ดวงจันทร์นี้มีค่าประมาณ 10 gigawatts สูงกว่าที่คาดไว้เทียบเท่ากับพลังของกังหันลมขนาดใหญ่ที่ทำงานเต็มกำลัง พื้นที่ส่วนที่เหลือของดวงจันทร์เย็นจัด -200 องศา C และค่อนข้างเป็นเนื้อเดียวกัน

 

• เริ่มสร้างเปลือกแข็งใหม่

 

บริเวณขั้วใต้พบรอยแยกระหว่างช่องน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมา รอยแตกนั้นต้องมีระเบิดขนาดใหญ่พอ ที่จะทำให้เกิดรอยแตกขนาดใหญ่ในน้ำแข็ง ต้องผ่าทะลุน้ำแข็งหนา 20 กม. เราก็ไม่เคยเห็นว่าบนดวงจันทร์นี้มีภูเขาไฟหรือน้ำแข็งท่วมหมดไปแล้ว สิ่งที่แปลกประหลาดคือเมื่อน้ำพุร้อน พุ่งกระแทกทะลุขึ้นมาหลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงของเหลว ที่เปียกชื้นเหลือแช่แข็งที่ระดับความลึก 10 ซม.เริ่มสร้างน้ำแข็งเปลือกแข็งใหม่

 

• พบทองสกุลเงินพลังงาน

 

สำหรับนักจุลชีววิทยาจะคิดถึงพลังงานสำหรับจุลินทรีย์คือ ไฮโดรเจน ก็เหมือนกับพบทองสกุลเงินพลังงาน เพราะสนับสนุนชีวิตจุลินทรีย์ไฮโดรเจน การยืนยันว่าพลังงานเคมี สำหรับชีวิตมีอยู่ภายในมหาสมุทรของดวงจันทร์ขนาดเล็ก ของดาวเสาร์เป็นก้าวสำคัญในการค้นหาโลกที่อาศัยอยู่นอกเหนือจากโลกของเรา น้ำคือชีวิตที่รองรับชีวิตบนโลก

 

มีมากมายในระบบสุริยะ น้ำเป็นตัวทำละลายเป็นตัวกลางและเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา สำหรับบางประเภท ของโปรตีนและถ้ามีสภาพที่เหมาะสมดูเหมือนว่าเราอาจ จะพบกับชีวิต ต่างดาวที่นั่น สรุปความสำคัญของการค้นพบนี้ว่า นี่คือสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดสำหรับระบบชีวิตที่เราเคยพบมา เป็นสถานที่ที่มีส่วนผสมบางอย่างที่จำเป็นสำหรับสภาพชีวิต

 

แกรนด์ฟินาเล่ วาระสุดท้ายแคสสินี

 

• แกรนด์ฟินาเล่ วาระสุดท้ายแคสสินี

 

บริบทที่ผ่านมาในภารกิจของแคสสินี แม้ว่าเป็นเพียงเครื่องจักรที่ไม่มีชีวิตกลับ สร้างประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ให้มนุษย์อย่างงดงาม มากกว่าสิ่งมีชีวิตบางชนิดบนโลก การจากไปของแคสสินีมีชื่อเรียกว่า แกรนด์ฟินาเล่ (The Grand Finale) จะเป็นจุดจบที่สวยงาม ในทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากดาวเสาร์อยู่ไกล จากโลก 1,400 ล้านกิโลเมตร สัญญานสุดท้ายจากแคสสินีจะเดินทางประมาณ 83 นาที สู่โลก และจะส่งเข้าสู่สถานีทวนสัญญาน Canberra ของ Deep Space Network นั่นคงเป็นเวลาจบสิ้นอย่างอุดม สมบูรณ์ของวิทยาศาสตร์ที่งดงาม

 

• ต้องเลือกทำลายไม่ปล่อยทิ้งไว้

 

ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมายานอวกาศแคสสินีของนาซ่า ได้ถึงจุดสิ้นสุดของการสำรวจที่โดดเด่นและจงใจ พรวดพราดลงดิ่งสู่ดาวเสาร์ทำลายตัวเอง โดยมีเหตุผลหมด ภารกิจ หากปล่อยโคจรทิ้งไว้อาจชนปะทะกับดวงจันทร์ดวงหนึ่งดวงใดของดาวเสาร์ได้ อันจะเกิดเรื่องยุ่งยาก ปนเปิ้อนในธรรมชาติ ของระบบดาวเสาร์ที่ควรจะเป็นไป และขณะการดำดิ่งจะถือเป็นภารกิจสำคัญเพื่อพลีชีพสำรวจดาวเสาร์อย่างใกล้ชิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

• ต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงให้เสาอากาศชี้มายังโลก

 

แผนการณ์การดำดิ่งครั้งสุดท้ายจะช่วยเพิ่มความรู้ของเรา เกี่ยวกับปริมาณวัสดุที่อยู่ในวงแหวน เพื่อให้เราเข้าใจถึงต้นกำเนิดของได้ง่ายขึ้น เครื่องตรวจจับอนุภาคของ แคสสินีจะสุ่มตัวอย่างอนุภาคของแหวนน้ำแข็ง ที่คายเข้าไปในชั้นบรรยากาศโดยสนามแม่เหล็กของดาวเสาร์ และกล้องจะถ่ายวงแหวน ของดาวเสาร์อย่างน่าอัศจรรย์ วาระสุดท้ายในวงโคจรรอบสุดท้ายแคสสินีจะกระโดดลงไป ในดาวเสาร์เพื่อต่อสู้ให้เสาอากาศชี้มายังโลก ขณะที่จะส่ง คำอำลาในท้องฟ้าของดาวเสาร์ จากการเดินทาง สิ้นสุดลง และจะกลาย เป็นส่วนหนึ่งของดาวเคราะห์ก๊าซดวงนี้

 

• ต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงให้เสาอากาศชี้มายังโลก

 

เวลาที่คาดการณ์ไว้ในปัจจุบันสำหรับการสูญเสียสัญญาณบนโลกคือเวลา 4:55 น. PDT (7:55 น. EDT) ในวันที่ 15 กันยายน 2017 เวลานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่ บรรยากาศของดาวเสาร์และค่อยๆลดในแต่ละระดับลง คาดว่าจะเริ่มร่วงหล่นจากความหนาแน่นของบรรยากาศเพิ่มขึ้น และตัดการเชื่อมโยงวิทยุกับยานอวกาศ อย่างถาวร เมื่อมาถึงจุดนี้ภารกิจของยานอวกาศจะสิ้นสุดลง

 

 

Panorama Infographics

 

10 เรื่องสำคัญของดาวเสาร์

 

1.ขนาด

ถ้าเปรียบขนาดดวงอาทิตย์ เท่าลูกฟุตบอล ดาวเสาร์จะเล็กกว่าลูกเทนนิสเล็กน้อย

 

2.ตำแหน่งในระบบสุริยะ

ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ลำดับที่ 6 ในระบบสุริยะ มีระยะห่างประมาณ 1.4 พันล้านกิโลเมตร (886 ล้านไมล์) หรือ 9.5 AU

 

3.วัน เดือน ปี

หนึ่งวันบนดาวเสาร์ เท่ากับ 10 ขั่วโมงของโลก หนึ่งปีบนดาวเสาร์ เท่ากับ 12 ปีของโลก

 

4.ลักษณะพื้นผิว

เป็นดาวเคราะห์ก๊าซ ดังนั้นไม่มีพื้นผิวแข็งผิวลึกลงไปมีส่วน ประกอบของน้ำ (H2O) ความร้อนจัด แอมโมเนีย (NH3) มีเทน (CH4) โดยใจกลางภายในมีแกนแข็ง (Solid core) ขนาดเล็ก

 

5.บรรยากาศ

ชั้นบรรยากาศดาวเสาร์ประกอบด้วยส่วนใหญ่ของ ไฮโดรเจน (H2) และฮีเลียม (He)

 

6.ดวงจันทร์

ดาวเสาร์ มีดวงจันทร์ 53 ดวง และรอการยืนยันอีก 9 ดวง รวมทั้งสิ้น 62 ดวง ดวงจันทร์ที่สำคัญคือ ดวงจันทร์เอนเซลาดัส ด้านใต้ที่ลึกลงไปมีมหาสมุทรน้ำแข็ง และความร้อนผลักดันให้เกิดมีน้ำพุพุ่งสูงจากพื้นผิวนับร้อยกิโลเมตร และดวงจันทร์ไททัน มีทะเลสาบไฮโดรคาร์บอน และมีเทนที่มีหมอกทึบหนาบนชั้นบรรยากาศ

 

7.วงแหวน

ดาวเสาร์มีวงแหวนสวยงามที่สุด ประกอบไปด้วยก้อนน้ำแข็งใหญ่น้อย ซับซ้อนกัน 7 ชั้น และมีช่องว่าง ระหว่างกันสามารถมองเห็นได้จาก กล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ ขนาดเล็ก

 

8.ยานสำรวจ

ภารกิจยานสำรวจแคสซินี ถูกส่งออกไปใน ค.ศ. 2004 เพื่อการสำรวจระบบดาวเสาร์ วงแหวนของดาวเสาร์และดวงจันทร์ต่างๆ ของดาวเสาร์ และได้สิ้นสุดภารกิจลงเมื่อ 15 กันยายน 2017 อย่างสมบูรณ์

 

9.ไม่เอื้อต่อระบบชีวิต

ดาวเสาร์ไม่เอื้อต่อระบบชีวิตและมนุษย์ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ แต่ดวงจันทร์บางดวงของดาวเสาร์ อาจมีเงื่อนไขบางอย่างที่สามารถสนับสนุนระบบชีวิตได้

 

10.สนามแม่เหล็ก

สนามแม่เหล็กของดาวเสาร์มีขนาดเล็กกว่าของดาวพฤหัสบดี แต่ยังคงใหญ่โตกว่าโลกถึง 578 เท่า