นรกเมฆกำมะถัน บนดาวศุกร์
•ระดับมัธยมศึกษา•

"The Venusian"

“..สิ่งที่อันตรายอย่างยิ่งเพราะลมพายุเหล่านั้นเป็นกลุ่มก้อนเมฆกรดกำมะถันมีลักษณะคล้ายกับถูกปั่นเป็นฟองหมุนน้ำวน..ภูเขาไฟ โบราณและจากการสาบสูญของสนามแม่เหล็ก..ดาวศุกร์เกิดสนิมและดาวศุกร์ไม่มีน้ำอย่างแน่นอน..”

abstract :

จากโลกมองเห็นความสุกสว่างสวยงาม ทำให้หลายคนมองอย่างชื่นชมถึงความเปล่งปลั่งของแสง ที่ใสบริสุทธิ์ของดาวศุกร์โดยมี จินตนาการว่าสตรีที่งดงามนั้น เปรียบเทียบดั่งเช่นเทพธิดาดาวศุกร์ หรือยุคกรีกให้ความหมายดาวศุกร์ ว่าดาวประจำเมือง (Evening star & Morning star) บนดาวศุกร์มีความร้อนระอุสูงที่สุดในระบบสุริยะ (Solar system) จากมลพิษที่สะสมมายาวนานของภูเขาไฟ โบราณและจากการสาบสูญของสนามแม่เหล็ก ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกอย่างร้ายแรง

venus atmospheric maneuverable platform

content :

• ความเป็นจริงบนดาวศุกร์
บนพื้นผิวดาวศุกร์ (Venus) มีความร้อนสูงมาก 470-482 องศา C เป็นความร้อนที่เกิดขึ้นตลอดทุกพื้นที่ทั้งดวง ทั้งกลางวันและกลางคืน จนสามารถหลอมตะกั่วให้ละลายได้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลและมีความกดอากาศเป็น 92 เท่าของโลกเทียบได้กับลงไปอยู่ ใต้ทะเลลึกเกือบ 1 กม. ในชั้นบรรยากาศประกอบไปด้วยก๊าซ Carbon dioxide ถึง 96% ปกคลุมหนาทึบจนร้อนเป็นไอลอย เป็นกลุ่มก้อนทั่วไปสภาพแวดล้อมบนท้องฟ้าเกิดการกัดกร่อนด้วยกรดกำมะถัน (Sulfuric acid) จากภูเขาไฟในอดีตและ เต็มไปด้วย แอ่งภูเขาไฟ (Volcanic calderas) มีกำมะถันแห้งกรังเป็นแผ่นหนาเกรอะ

ทางกายภาพดาวศุกร์หมุนรอบตัวเองช้ามาก 1 รอบถึง 243 วัน ทำให้มีเวลากลางวันยาวนานเท่ากับโลก 4 เดือน และกลางคืน 4 เดือน ดังนั้น 1 วันดาวศุกร์เท่ากับโลก 8 เดือน แต่ 1 ปี บนดาวศุกร์เท่ากับ 7 เดือนของโลกและดาวศุกร์หมุนรอบตัวเอง ไปข้างหลัง (Retrograde rotation)

• ฝนกรดบนดาวศุกร์ ตกในชั้นบรรยากาศ
ถ้าเดินบนพื้นดาวศุกร์มีความรู้ลึกเหมือนกำลังว่ายน้ำโต้คลื่น เพราะความหนาแน่นของอากาศนั่นเอง รอบๆตัวจะเห็นความผิดปกติทั้ง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมอกเมฆบดบัง แทบไม่เห็นแสงที่ส่องมาจากดวงอาทิตย์ มีกลิ่นกำมะถันฟุ้งกระจายมองเห็นบรรยากาศ เป็นสีแดงอมส้มเหมือนอยู่ในสถานที่มืดทึบ มีทัศนวิสัยที่มองเห็นได้ไม่ไกลนัก ปรากฎการณ์บนดาวศุกร์เป็นเช่นนี้เพราะการถ่ายเทคลื่น ความร้อนสูงจากพื้นปกคลุมไปทั่วหนาแน่นและเกิดจากการกระเจิงของแสงสีฟ้า จากการสะท้อนแสงจากกลุ่มเฆมที่เต็มไปด้วย กรดกำมะถัน (Sulfuric acid)

โดยปกติก๊าซทั้งหมดบนดาวศุกร์จับตัวกันเป็นของเหลว ลอยสู่ชั้นบรรยากาศจากความร้อน แล้วระเหยกลายเป็นไอ แต่บางครั้งรวมตัวกัน เป็นฝนกรด (Acid rain) จะตกเฉพาะในชั้นบรรยากาศสูงกว่าพื้นผิว 30 กม. โดยระเหยตัวหายไปก่อนตกสู่พื้นเพราะความร้อน ลอยตัวแผ่อยู่ทั่วไป และกลุ่มก้อนเมฆที่ยังเกาะตัวดำหนาทึบจะเกิดฟ้าผ่าฟ้าแลบตลอดเวลา จากคลื่นไฟฟ้าของชั้นบรรยากาศและปฏิกิริยา ทางเคมีมีระยะทางยาว จากก้อนเมฆสู่ก้อนเมฆหรือสู่พื้นผิวถึง 35 ไมล์

Venusian lightning storm

• ความโหดร้ายพายุบนดาวศุกร์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปริศนาของดาวศุกร์จาก Super-rotation (การหมุนรอบตัวเองลักษณะพิเศษ) ทำให้เกิดการลากความร้อนแบบ Fierce-blistering winds (ฟองลมร้อนที่ดุร้ายและรุนแรง) ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่งเพราะลมพายุเหล่านั้น เป็นกลุ่มก้อน เมฆกรดกำมะถัน มีลักษณะคล้ายกับถูกปั่นเป็นฟองหมุนน้ำวน ด้วยความเร็ว 224 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วมากกว่า 60 เท่า ของการหมุนรอบตัวเองของดาวศุกร์ โดยขณะนี้เชื่อว่าการเกิดขึ้นเช่นนี้จะเกิดขึ้นต่อไปจนกัลปาวสาน ภายในวังวนของบรรยากาศ มีเงื่อนงำว่าอะไรที่ทำให้ เมฆกรดกำมะถันยึดโยงเกาะกันบนพื้นดาวศุกร์และก่อให้เกิดฟ้าแลบ เสียงดังอย่างน่าอัศจรรย์วุ่นวายและ ยังพบว่าชั้นบรรยากาศดาวศุกร์ มีแรงลมเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

• หินแข็งเก่าแก่จากลาวา ไม่มีร่องรอยกัดเซาะของน้ำ
บริเวณภูเขาไฟหลายแห่งบนดาวศุกร์ มีอายุประมาณ 750 ล้านปี แสดงแนวไหลของลาวาบางแห่งจมลึกลงไป ปัจจุบันภูเขาไฟสงบ นิ่งหยุดระเบิดมาแล้ว 300-500 ล้านปี แต่ยังเกิดร่องรอยเปลี่ยนแปลงพื้นผิวบนดาวศุกร์บิดเบี้ยวเป็นจำนวนไม่น้อย สาเหตุจาก ผลกระทบจากความร้อนภายในแกนดาวศุกร์สู่แผ่นเปลือกชั้นบนของดาวศุกร์ ความแตกต่างระหว่างโลกและดาวศุกร์ด้านธรณีวิทยา ชัดเจนคือ ดาวศุกร์ไม่มีร่องรอยกัดเซาะของน้ำเหมือนโลกเพราะไม่มีฝนตก หลายพื้นที่พบว่าหินบนดาวศุกร์เกิดสนิมและดาวศุกร์ไม่มีน้ำ อย่างแน่นอนพบว่าเกิดด้วยความหนาแน่น จากความร้อนและกรดรุนแรงของบรรยากาศ มีความผันแปรจากเคมีอย่างยาวนานได้ ตกตะกอนสู่หินจนเป็นสนิมได้เช่นกัน

Gula Mons surface of Venus

Alpha Regio of Venus

• สันฐานภูเขาไฟดาวศุกร์แตกต่างจากดาวเคราะห์อื่น
พื้นที่บริเวณ Bell Regio มีผลกระทบของแผ่นเปลือกดาวศุกร์ร่วมกับภูเขาไฟขนาดใหญ่ ระหว่างแต่ละชั้นมีร่องรอยการไหล ท่วมของลาวาค้างแข็งอยู่ และภูเขาอีกแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ ของดาวศุกร์ คือ Maxwell Montes มีความสูง 11 กิโลเมตร พบแร่ประเภท Pyrite (แร่โลหะประกอบกำมะถันสีเหลือง สีทองแดง) รอบๆเป็นที่ราบสูงชื่อ Lakshmi

โดยทั่วไปภูเขาไฟบนโลกหรือดาวเคราะห์อื่น ส่วนใหญ่มักมีรูปทรงเป็นยอดแหลมสูงขึ้น แต่บนดาวศุกร์มักมีรูปทรงเป็นก้อนกระจุกคล้าย Pancakes (ขนมเค็กแบนเป็นชั้น) รอบๆกลมหรือชั้นบนแบนเรียบหรือรูปโดมคว่ำลงมีลาวาท่วมเหนียวเป็นยางเหมือนแป้งเปียก ใหลท่วมออกเป็นริ้วยาวคล้ายเส้นเป็นชั้น เพราะส่วนใหญ่เกิดระเบิดเพราะลาวา เช่น Alpha Regio เห็นรูปทรงชัดเจนเป็นลักษณะ ยอดกลมแบนความสูง 2.4 กิโลเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 25 กิโลเมตร

• ภาพจริงพื้นผิวดาวศุกร์จากยานเวเนรา
เป็นความพยายามอย่างยิ่ง เมื่อยานสำรวจเวเนรา 13 (Venera) ของรัสเชียได้มีโอกาส ลงจอดบนดาวศุกร์มาแล้วในปี ค.ศ.1961 ที่ตำแหน่ง ที่ 7.5 S, 303 E, ทางตะวันออกของ Phoebe Regio อยู่บนพื้นผิวเป็นเวลานาน 2 ชั่วโมง 7 นาที นานพอที่จะได้ภาพ 14 ภาพ ในภาพมีส่วนหนึ่งของฐานจอดยานอวกาศอยู่ที่ด้านล่างของภาพ มีแผ่นหินเรียบและดินขององค์ประกอบพื้นผิวคล้ายคลึงกับหิน บะซอลต์บนพื้นดินที่มองเห็นได้

A Venera 13 Lander image of the surface of Venus at 7.5 S, 303. E,

•เทคโนโลยีสูงสุดคืนสู่สามัญ
รัสเชียนับเป็นผู้เชี่ยวชาญการสำรวจดาวศุกร์ การสำรวจจึงเกิดความร่วมมือโดยมีต้นแบบของรัสเซีย เทคโนโลยีที่สูงส่งอาจใช้ ไม่ได้กับดาวบางดวง โดยเฉพาะดาวศุกร์ที่มีความร้อนสูงเท่าเตาอบพิซซ่า ความร้อนเช่นนี้จะทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยานอวกาศ หลุดและละลายออกมา โดยเฉพาะปฎิกิริยากัดกร่อนจากเมฆของกรดกำมะถัน นักวิทยาศาสตร์ จึงคิดค้นต้นแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เทคโนโลยีอันเก่าแก่แนวคิดสู่สุดคืนสู่สามัญ ได้ออกแบบรถแลนด์โรเวอร์ Venus roulette ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่จะใช้ระบบเชิงกลแทนที่ เช่นยุคการออกแบบของเลโอนาร์โดดาวินชี ต้นแบบกำลังอยู่ในระหว่างสร้างสรรค์ โรเวอร์จะขับเคลื่อน ด้วยพลังแสงอาทิตย์และลมบนดาวศุกร์ มีกลไกไปผลักดันฟันเฟื่องให้เกิดการทำงานของอุปกรณ์และบางอย่าง เช่น นาฬิกาควบคุมระบบ นำทางด้วยคอมพิวเตอร์สร้างขึ้นจากโลหะที่แข็งตัวในส่วนผสมใหม่ รวมทั้งบันทึกเสียงในรูปแบบการบันทึกเสียงแบบฟล็อปปี้ดิสก์ซึ่งจะถูก นำส่งขึ้นเป็นระยะๆ ด้วยบอลลูนและจึงจะส่งข้อมูลกลับมายังโลก โดยเทคโนโลยีใหม่เป็นความร่วมมือระหว่าง NASA และรัสเซีย

Venera-D: The Russian Academy of Sciences' Space Research Institute (IKI)

•เหตุผลการสำรวจดาวศุกร์
เรารู้ว่ามนุษย์ไม่สามารถไปใช้ชีวิตบนดาวศุกร์ได้ แต่การมุ่งสำรวจนั้นมีเหตุผล ที่ต้องการทราบปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยาวนานของภาวะ เรือนกระจกอย่างร้ายแรงจนไม่สามารถจะกู้กลับคืนได้ และการหายไปของสนามแม่เหล็กของดาวศุกร์ หากทั้งสองกรณีเกิดขึ้นบนโลก จะทำให้อารยธรรมของมนุษย์ล่มสลายได้ โดยเฉพาะปัญหาภาวะเรือนกระจกบนโลกปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องการสำรวจ จะช่วยให้ทราบถึงกลไกและสาเหตุ จะนำมาป้องกันปัญหากับโลกได้ก่อนที่จะสายเกินแก้

Sunflowercosmos.org

จัดทำความรู้ อวกาศ-ดาราศาสตร์ ศัพท์ดาราศาสตร์ เพื่อภารกิจสื่อสารดาราศาสตร์
Space and Astronomy Network of Community Activities.