Amazing New Discovery : แผนสำรวจต่างดาว [หน้า 2/2]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                               Latest update : May 19, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   Amazing New Discovery : แผนสำรวจต่างดาว [หน้า 2/2]
 
    The Pioneer Plaque
 
 
ตำนานข้อความสื่อสารโลกสู่จักรวาล

NASA เป็นอีกองค์กรหนึ่งพยายามค้นหา ชีวิตสิ่งทรงปัญญาในจักรวาล วิธีการ
ใช้ศักยภาพของยานสำรวจติดตั้ง อุปกรณ์ทั้งภาพและอุปกรณ์สื่อข้อความไป
กับยานสำรวจหวังว่า อาจถูกพบโดยสิ่งทรงปัญญาในจักรวาล

The Pioneer Plaque

การสื่อสารครั้งแรกจากโลกสู่ต่างดาว นำไปโดย ยานสำรวจอวกาศ Pioneer
-10 ปี ค.ศ.1972 และ Pioneer 11 ปี ค.ศ.1973 The Pioneer Plaque คือแผ่น
โลหะสลักภาพ ขนาด 6X9 นิ้ว หนา ½ นิ้ว น้ำหนัก 120 กรัม ผลิตจาก 6061
T6 gold-anodized aluminum ด้วยการแสดงข้อความ เป็นภาพวาดจากมนุษย์
ติดตั้งไว้ภายนอกยาน เพื่อให้สิ่งทรงปัญญาอื่นมองเห็นได้

ลักษณะเป็นภาพเปลือย ของผู้ชาย-ผู้หญิง เพื่อให้ทราบลักษณะเพศ ของมนุษย์
ผู้ชายยกมือ แสดงมิตรภาพ ไม่เป็นปรปักษ์ต่อกัน และให้เห็นว่าร่างกายสามารถ
เคลื่อนไหวได้ ด้านหลังเป็นสัญลักษณ์ โครงสร้างของยานสำรวจ ด้านบนซ้ายเป็น
สัญลักษณ์ ทางเคมี Hyperfine transition of neutral hydrogen แสดงให้ทราบ
ว่าเป็นสสารที่มีเป็นจำนวนมากของระบบเรา

ด้านล่างที่เป็นเส้นตรงและ ระบบเลขฐานสอง เส้นแฉกรวม 15 เส้น กระจายตัว
ออกจากจุดเดียวกัน แสดงถึง ดวงอาทิตย์ เป็นจุดศูนย์กลาง ท่ามกลาง Pulsars
(ดาวแหล่งคลื่นวิทยุ) รวม 14 แห่งที่ส่งถึง โลก ส่วนเส้นที่ยาวที่สุด คือเส้นระยะ
ทางจากดวงอาทิตย์ถึง ศูนย์กลางกาแล็คซี่ทางช้างเผือก

ด้านล่างสุดคือ แผนภูมิระบบสุริยะ แสดงถึงเส้นทางเดินของ Pioneers 10 และ
11 โดยมี ระบบเลขฐานสอง บอกระยะทางจากดวงอาทิตย์
 
    ยานสำรวจอวกาศ Pioneers 10
 
    Golden Record
 
 
Voyager Record

และ ค.ศ. 1977 ได้มีเป้าหมายส่งยานสำรวจ Voyager 1 และ 2 เดินทางสู่สุดขอบ
สุริยะให้สำเร็จคาดว่ามีระยะทางกว่า 10 พันล้านไมล์ เพื่อต้องการทราบว่าเขตแดน
สิ้นสุดอยู่ตรงไหนกันแน่ และพายุสุริยะ (Solar wind) หมุนทวนปะทะกับกลุ่มก๊าซ
ของดาวอื่น ณ ที่ใด โดยจะใช้เวลาสิ้นสุด การเดินทางอีกราว 40,000 ปีข้างหน้า
เมื่อถึง Proxima Centauri เป็นระยะทางดาวดวงแรกที่ใกล้ที่สุด จากดวงอาทิตย์

เป็นภารกิจที่นำแผ่นเสียงทองคำ (Golden Record) ขนาด 12 นิ้ว มีหัวเข็มอ่าน
ติดไปด้วย ออกแบบให้มีรอบหมุน 3.6 วินาที/รอบ ขึ้นไปจนถึงระดับความเร็วเท่า
กับการเดินทางของ Hydrogen atom สามารถจะเปิดด้วยระบบต่างๆทุกระบบที่มี
อยู่ในโลกปัจจุบัน

บอกเล่าถึง ความเป็นอยู่ของโลกมนุษย์แผ่นนี้บรรจุภาพ เสียง ธรรมชาติบนโลก
115 รายการ เช่น เสียงลม เสียงนก เสียงดนตรี แต่ละวัฒนธรรมแต่ละยุค บันทึก
ภาษาพูดของมนุษย์ 55 ภาษา พร้อมข้อความจากประธานาธิบดีอเมริกา นอกจาก
นั้นยังมีข้อมูล ด้านวิศวกรรมการก่อสร้าง ข้อมูลด้านเครื่องจักรกลรูปแบบงาน
ด้านสถาปัตยกรรม ฯลฯ

นั่นคือ 2 เหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ ที่มนุษย์ได้เริ่มต้นสู่การ สื่อสารกับ
สิ่งทรงปัญญา ที่อาจมีในระยะไกล ด้วยการส่งข้อความ ไปกับยานสำรวจ
 
     ยานสำรวจอวกาศ Voyager
 
 
โดยช่วงก่อนหน้านี้ ในประเทศอเมริกามีภาพยนต์เรื่องเกี่ยวกับ มนุษย์ดาวอังคาร
บุกโลก สร้างกระแสสนใจเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวมากขึ้น เกิดหลักฐานแปลกๆ
อย่างเหลือเชื่อมากมายหลายชิ้น ที่แสดงการพบมนุษย์ต่างดาว และ UFO เข้ามา
เกี่ยวโด่งดังไปอีก ท้ายที่สุดมีเอกสารการปฎิเสธ ถึงกรณีนี้ขึ้นจาก NASA

แถลงการณ์เอกสาร FS-1997-01-017-HQ ของ NASA เรื่อง UFO
The US Government and Unidentified Flying Objects

เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 ในเรื่อง Project Blue Book มีใจความสรุปว่า ตามรายงาน ระหว่างปี 1940-1950-1960

1.ไม่เคยมีรายงาน การสืบสวน หรือการประเมินเกี่ยวกับ UFOจากกองทัพอากาศ
   สหรัฐในเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ
2.และไม่เคยปรากฏหลักฐานการยอมรับ การสำรวจ ประเภทวัตถุบินแบบ UFO
   ด้วยระดับเทคโนโลยี รูปแบบทางวิทยาศาสตร์ เท่าที่เรารู้จักจากกองทัพ
   อากาศสหรัฐ
3.และไม่เคยสืบค้น ประเภทวัตถุบินแบบ UFO ที่เป็นยานหรือเครื่องยนต์
  จากนอกโลกใดๆ

ด้วยการสิ้นสุดของ Project Blue Book เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเอกสารดังกล่าว
ได้เก็บรักษาไว้ที่ Modern Military Branch, National Archives and Records Service, in Washington, DC 20408

สามารถตรวจสอบวิเคราะห์และเปิดเผยสำหรับสาธารณะทั่วไป ที่ผ่านมาการจบสิ้น
ของโครงการ ไม่มีการเกิดขึ้นของการเข้าไปสืบค้นเรื่อง UFO จากกองทัพอากาศ
สหรัฐ หรือ NASA รวมทั้งในอนาคตข้างหน้าด้วย

และ NASA ไม่เคยได้มีสัญญาว่าจ้าง จากกองทัพอากาศสหรัฐ แม้แต่ครั้งเดียวใน
เรื่อง สืบเสาะค้นหา UFO และไม่เคยวิจารณ์เรื่องนี้ต่อสาธารณะ หรือการแสดงถึง
แบบร่างประเภท UFO หรือยอมรับ ถึงการเห็นหรือคำบอกกล่าวจากเจ้าหน้าที่ ที่ปรากฏจากแผนที่ทางอากาศ

อย่างไรก็ตาม มีเอกสารต่างๆแสดงความขัดแย้งจากผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ในเรื่อง UFO ออกมาต่อเนื่อง จนไม่สามารถจะบอกได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า สถาบันที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางวิทยาศาสตร์ ที่ค้นคว้่า ค้นหา
สิ่งทรงปัญญาในจักรวาลโดยตรง ไม่เคยให้ความสนใจในเรื่องเหล่านี้จากข่าวหรือ
ภาพถ่ายการพบ UFO เลย
 
      Project Blue Book ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อสำเนาเอกสารได้ ตามที่อยู่ของกองทัพอากาศสหรัฐ
 
    ปัจจุบันโครงการ Cosmic craft ได้ยุติลงแล้ว
 
 
ยานสำรวจ Cosmic craft เดินทางไกลสำรวจกาแล็คซี่

การเดินทางสู่อาณาใหม่ นอกเขตระบบสุริยะ ด้วยเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ในวันนี้
ต้องใช้เวลานาน นับหลายหมื่นปี จึงทำให้เกิดแนวคิดใหม่ จาก นักวิทยาศาสตร์
สถาบัน American Association for the Advancement of Science in Boston

ต้องการอาสาสมัคร จำนวน 200 คน ไปกับยานอวกาศที่ ออกแบบให้เป็นเมือง
ขนาดเล็ก สู่จักรวาลในดินแดนใหม่ อาจใช้เวลานับหมื่นปีในการใช้ชีวิต สืบต่อลูก
หลานหลายชั่วอายุสืบทอดกัน จนกว่าจะถึงจุดสิ้นสุดการเดินทาง เพื่อตั้งรกราก
เผ่าพันธุ์โดยไม่กลับสู่โลกอีกเลย นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง

ภายหลังเรื่องนี้ได้ยุติลง ด้วยเหตุว่าการเดินทางในอวกาศระยะไกลเช่นนั้น มนุษย์
ยังไม่มีความพร้อม หากพบกับ ดาวบางดวงที่มีรังสีความร้อนสูง อาจถูกเผาได้และ
การใช้ชีวิตบนยานอวกาศ ที่ปราศจากแรงโน้มถ่วงมีปัญหากับทารก รวมถึงระบบ
การผลิตอาหาร ยังเป็นเรื่องยากที่เราจะพัฒนาการได้ถึงขั้นนั้น

ยานสำรวจ Epoxi ตามล่าหามนุษย์ต่างดาว ชุดใหม่

ความพยายามที่จะต้องหาข้อพิสูจน์ คำอธิบายจึงเกิด โครงการ NASA's Deep Impact Begins Hunt for Alien Worlds ส่งยานสำรวจระยะไกล Epoxi ประกอบ
ไปด้วยเครื่องมือการค้นหา แบบนำทาง (Guidance system) กล้องขนาดใหญ่
พร้อม Solar panel (แผงพลังงานแสงอาทิตย์) เสาอากาศขนาดใหญ่ (ด้านบนสุด)
ถาดรับผงฝุ่นอวกาศ (ด้านหลัง) เครื่องมือวิทยาศาสตร์ กล้องถ่ายภาพมีความ
ละเอียดระดับกลางและสูง กล้องถ่ายภาพแบบ Infrared

ขนาดลำตัวยานมีความยาว 3.2 เมตร กว้าง 1.7 เมตร สูง 2.3 เมตร น้ำหนักรวม
1,020 กก. มุ่งหน้าสู่ดาวหาง Hartley สำรวจในปี ค.ศ.2010 หลังจากนั้นแวะระบบ
สุริยะพิเศษต่อไป โดยจะทำการสำรวจดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ คล้าย ดาวพฤหัส
ที่มีสภาพบรรยากาศหนาแน่น และดาวเคราะห์อื่นๆ จากบัญชีรายชื่อกว่า 200 ดวง
เพื่อวิเคราะห์ผลด้านชั้นบรรยากาศ ค่าของแสง ว่าคล้ายโลกหรือไม่
 
   ยานสำรวจอวกาศระยะไกล Epoxi โครงการ NASA's Deep Impact Begins Hunt for Alien Worlds
 
 
โครงการสำรวจต่างๆใช่ว่าจะราบรื่น มักมีข้อสงสัยและโต้แย้งเสมอ โดยเฉพาะ
การมุ่งสู่ค้นหา สิ่งทรงปัญญาในจักรวาล ด้วยมนุษย์

ข้อโต้แย้ง แผนสำรวจดาวอังคาร ด้วยมนุษย์

การประชุม 2008 Astrobiology Science Conference (AbSciCon) มีข้อเสนอ
น่าคิดว่า การเดินทางในจักรวาลด้วยมนุษย์นั้นมีความซับซ้อนของอวกาศ ซึ่งเรา
ไม่เคยเข้าใจว่า ยังมีมิติอื่น อีกหรือไม่ ระบบการเดินทางทั้งหมดยังไม่ได้รองรับ
ในเรื่อง Space and time โดยเชื่อว่า ยังมีกฎเกณฑ์ ที่ไม่ได้จำกัดเพียง 3 มิติ
และเราจะต้องมีศักยภาพเช่นมนุษย์ต่างดาว หรือไม่

Human Exploration of Mars Science Analysis Group (HEM-SAG) พบว่าการ
ที่มนุษย์ถูกส่งไปเยือนดาวอังคาร มีแผนสำรวจพื้นที่ 58 แห่ง ที่แตกต่างกันใน
เรื่องธรณีวิทยาและชีววิทยา ของชีวิตในทางวิทยาศาสตร์ จำต้องมีนโยบายที่
เด่นชัด เพราะการที่ใช้เวลา 6 เดือนในการสำรวจ และตั้งแคมป์อยู่อาศัยบนดาว
อังคารอีกไม่น้อยกว่า 500 วัน จะมีปัญหาเรื่องความกดดันของอากาศต่อมนุษย์

แม้แต่หุ่นยนต์ก็ต้องมีความแข็งแรงสูง น้ำหนักจะมากนับพันกิโลกรัม หากไม่เป็น
ผลสำเร็จด้วยเครื่องมือเสียหาย นับว่าเป็นเรื่องที่มีต้นทุนสูงมากเราต้องพยายาม
ให้ความสำคัญนี้ ทั้งที่ยังขาดรายละเอียดมาก

และเหตุผลบางส่วนในความเห็น ของนักวิทยาศาสตร์เพราะอะไรที่เราคิดว่าบนดาว
อังคารสามารถอยู่อาศัยได้เพื่อเป็นอาณานิคมใหม่ ทั้งที่สภาพความเป็นอยู่เหมือน
ถูกอัดอยู่ในกระป๋อง ออกมาข้างนอกต้องสวมชุดอวกาศ ต้องกินอาหารแช่แข็ง
บางครั้งอาจสื่อสารกับโลกไม่ได้ มีความได้เปรียบเรื่องเวลาที่ยาวกว่าโลก วันละ
39 นาที อย่างเดียวเท่านั้น

ทางวิทยาศาสตร์เปรียบดาวอังคารว่า เป็นวัตถุรูปแบบที่ยุติลงแล้ว ด้วยไม่มีแหล่ง
น้ำที่สามารถใช้ได้ ทั้งหมดเป็นเพียง สิ่งที่ดีเพื่อประสบการณ์ในการสำรวจเท่านั้น
ปัญหาใหญ่คือ มนุษย์ไปแล้วอาจกลับไม่ได้ ด้วยเงื่อนไขการสำรวจที่อันตราย
เริ่มแต่การลงจอด โอกาสรอดกลับโลกเหลือเพียงครึ่งเดียว กระทั้งในอวกาศเอง
แรงดึงดูดเท่ากับศูนย์ ซึ่งทฤษฎีถือว่าเป็นอันตรายต่อระบบหัวใจ

ส่วนดาวอังคารมีความปลอดภัยเป็นอันดับ 2 ของระบบสุริยะ ด้วยการมีเพียงถ้ำที่
เกิดจากโพรงลาวาที่จะพออาศัยดำรงชีพได้ หากเราจำเป็นต้องอพยพถิ่นฐานไป
สู่ดาวอังคาร เพราะโลกกำลังจะมีหายนะจาก อุกกาบาตพุ่งชน หรือสงครามอาจ
ไม่มีข้อแย้งใดๆ
 
     สภาพการสำรวจบนดวงอังคาร
 
 
ข้อโต้แย้ง แผนสำรวจดาว Alpha Centauri

เช่นกันจากการประชุม 2008 Astrobiology Science Conference (AbSciCon)
เรื่องการสำรวจดาว Alpha Centauri ห่างจากโลก 4 ปีแสง ด้วยเหตุผลว่าเป็นดาว
ที่ใกล้ที่สุด จากโลกนั้น การวิเคราะห์จาก Computer models สรุปผลว่าเป็น ดาว
ก๊าซยักษ์ (Gas-giant) ซึ่งอาจเหมือนหรือไม่เหมือน ดาวพฤหัส หรือ ดาวเสาร์
ก็ได้ จากการใช้เทคนิคที่ง่ายไป เราควรจะสำรวจให้มากกว่านี้ ที่แสดงผลชัดถึง
ดาวเคราะห์ในบริเวณรอบๆ Alpha Centauri B และอยู่ในบริเวณ Habitable zone (เขตที่สามารถดำรงชีพได้) หรือไม่

การที่จะสรุปผลถึง Terrestrial-size planets (ดาวเคราะห์มีพื้นผิวแข็งและมีขนาด
พื้นผิวชัดเจน) ไม่ใช่เพียงการตรวจวัดแล้วจัดกลุ่มต้องตรวจสอบมากกว่า 100,000
จุด ใช้เวลามากกว่า 5 ปี จึงเพียงพอต่อการวิเคราะห์ ข้อมูลขณะนี้เรามีเพียงกล้อง
ขนาด 1.5 เมตร และวัดค่าด้วยคลื่น Radial-velocity เท่านั้น ยังเป็นข้อมูลที่ยอม
รับไม่ได้
 
     Alpha Centauri
 
 
ข้อสรุปในวันนี้ต่อการสำรวจต่างดาวด้วยมุนษย์

คงไม่ง่ายเหมือนในภาพยนต์ เรารู้ว่า ยังมีความเข้าใจต่อจักรวาลน้อยมาก เพียง
ดาวอังคารใกล้เราที่สุด โดยต้องกลับไปดวงจันทร์ ก่อนไปดาวอังคาร เพื่อความ
ปลอดภัยและสร้างประสบการณ์ เพราะหากยิ่งไกลออกไป มนุษย์ ยิ่งต้องพบกับ
อุปสรรคอีกมากมาย

ขณะนี้คงมีแต่ สถาบัน SETI เท่านั้นยังพยายาม สื่อสารกับดาวต่างๆด้วยคลื่นวิทยุ
ระยะไกลติดต่อกันตลอด 24 ชั่วโมง มานับหลายสิบปีแล้วเท่านั้น แล้ววันหนึ่งอีก
ไม่นานอาจจะได้รับการตอบกลับมาจากดาวอื่น
 
 
 
References :

Cambridge University
NASA Astrobiology Institute
The Planetary Society
University of California
SETI@home Project Scientist
2008 Astrobiology Science Conference (AbSciCon)
 
 
 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017