คำอธิบาย
--------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าใสปราศจากเมฆ สิ่งที่เห็นส่วนใหญ่คือ ดาว
(Star)
มนุษย์สามารถมองเห็นดาวด้วยตาเปล่า ราว 6,000-7,000 ดวง เหตุเพราะดาว
เหล่านี้ มีค่าความสุกใส
(Magnitude) อยู่ในระดับตามนุษย์ค่าความสว่างได้
แท้จริงแล้วยังมีดาวและวัตถุทางดาราศาสตร์ อีกเป็นจำนวนอภิมหาศาล ที่ไม่
สามารถมองเห็นได้ เพราะขนาดเล็กอยู่ห่างไกล ค่าความสุกใสสว่างน้อยจึงมืด
(แม้ว่าดาวมีขนาดใหญ่ มีค่าความสุกใสมาก
แต่อยู่ห่างไกลเกินกว่า 500 ปีแสง
ตามนุษย์อาจสังเกตยากขึ้น)
เพียงในระบบสุริยะ นอกจากดาวเคราะห์ที่เรารู้จัก บริเวณแนววงโคจรระหว่าง
ดาวอังคาร
(Mars) และดาวพฤหัส
(Jupiter) มีแถบดาวเคราะห์น้อย เรียกว่า
Asteroid belt เป็นแหล่งชุมนุมอยู่หนาแน่น ไม่น้อยกว่า 1,000,0000 ดวง
ถัดออกไปแถบไคเปอร์
(Kuiper betl) ระหว่าง 30 - 50 A.U.(จากดวงอาทิตย์)
เรียกว่า พิภพน้ำแข็ง
(Ice worlds) มีดาวเคราะห์น้ำแข็ง (Ice dwarfs) จำนวน
มากและดาวหาง
(Comet) วนเวียนในอาณาเขตนั้นราวๆ 100,000 ดวง
บริเวณเมฆออร์ต
(Oort Cloud) นับออกไป 50,000 - 100,000 A.U.(จากดวง
อาทิตย์) เชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดดาวหาง มีประมาณ 1,000,000,000,000 ดวง
มีวิถีโคจรอย่างวุ่นวาย และบางดวงมุ่งเข้ามาสู่ดวงอาทิตย์แล้วกลับออกไป
ที่กล่าวมายังไม่รวมถึง ดวงจันทร์ต่างๆ ของดาวเคราะห์ เช่น ดาวพฤหัส มีดวง
จันทร์ 63 ดวง ดาวเสาร์ มีดวงจันทร์ 47 ดวง ดาวยูเรนัส มีดวงจันทร์ 27 ดวงและ
ดาวเนปจูนมี ดวงจันทร์ 13 ดวง แม้กระทั่งดาวอังคาร ที่อยู่ใกล้โลก มีดวงจันทร์
ถึง 2 ดวง เป็นต้น
ทั้งหมดเป็นเพียงพื้นที่ในระบบสุริยะ เปรียบเสมือนก้อนหินเล็กๆเพียงก้อนเดียว
ที่จมอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรเท่านั้น
ข้อสรุป
--------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อพูดถึงภาพรวม ด้วยขนาดของจักรวาล
(Scale of the Universe) ขณะที่มอง
มองท้องฟ้ากลางคืนจากบนโลก ไม่ว่าที่ใดก็ตามจะเห็นกลุ่มดาว ระยิบระยับเป็น
หมู่ๆสวยงาม ท่ามกลางความมืด นั่นหมายความเป็นการเห็นด้วยตาเปล่าแบบปกติ
(ภาพล่าง 1 ) ต่อมา หากทดลองจิตนาการว่า ตรงบริเวณเดียวกันที่มองท้องฟ้า
เมื่อครู่สามารถเห็นดาวได้ทุกดวงในจักรวาล จากการซ้อนทับเป็นชั้นๆในอวกาศ
ลึกเข้าไปจนสุดขอบจักรวาล เราจะดาวสว่างเต็มท้องฟ้า แทบจะไม่มีช่องว่างเลย
(ภาพล่าง 2)
คงเป็นเรื่องยากที่จะสามารถนับจำนวนดาว ให้ครบถ้วนจริงได้ ทางวิชาการอาจ
เพียงใช้วิธีประเมิน และปัจจุบันนักดาราศาสตร์ สำรวจพบดาวใหม่ๆ เฉลี่ยเดือน
ละ 30-50 ดวง
อย่างสม่ำเสมอ
แต่อย่างไรก็ตาม มีตัวเลขจำนวนวัตถุในจักรวาล (ข้อมูล ค.ศ.2008)
ได้รวบรวมไว้เป็นประเภท จำนวนเท่าที่มนุษย์รู้จัก จากการสำรวจระยะไกล
(ซึ่งหมายความว่า ยังไม่ใช่ทั้งหมดของจักรวาล) ดังนี้
ห้วงระยะ 12.5 - 5,000,000 ปีแสง ของจักรวาลประกอบด้วย
---------------------------------------------------------------------
ระยะ 12.5 ปีแสง มีดาว 33 ดวง
ระยะ 20 ปีแสง มีดาว 117 ดวง
ระยะ 50 ปีแสง มีดาว 970 ดวง
ห้วงระยะ 250 ปีแสง มีดาว 260,000 ดวง
ระยะ 2,000 ปีแสง มีดาว 80 ล้านดวง
ระยะ 5,000 ปีแสง มีดาว 600 ล้านดวง
ระยะ 10,000 ปีแสง มีดาว 50 พันล้าน
ระยะ 50,000 ปีแสง มีดาว 200 พันล้านดวง
ระยะ 500,000 ปีแสง มีดาว 2,250 พันล้านดวง
ระยะ 5,000,000 ปีแสง มีดาว 8,000 พันล้านดวง
ห้วงระยะ 100 ล้านปีแสง ของจักรวาลประกอบด้วย
---------------------------------------------------------
กาแล็คซี่
(Galaxy) จำนวน 200 กาแล็คซี่
กาแล็คซี่ขนาดใหญ่ (Large galaxies) จำนวน 2,500 กาแล็คซี่
กาแล็คซี่แคระ
(Dwarf
galaxies) จำนวน 50,000 กาแล็คซี่
ดาว (Star)
จำนวน 200 พันพันล้านดวง
ห้วงระยะ 1 พันล้านปีแสง ของจักรวาลประกอบด้วย
----------------------------------------------------------
กระจุกกาแล็คซี่
(Superclusters) จำนวน 100 กระจุก
กาแล็คซี่ (Galaxy) จำนวน 240,000 กาแล็คซี่
กาแล็คซี่ขนาดใหญ่ (Large galaxies) จำนวน 3 ล้านกาแล็คซี่
กาแล็คซี่แคระ (Dwarf galaxies) จำนวน 60 ล้านกาแล็คซี่
ดาว
(Star) จำนวน 250,000 พันพันล้านดวง
ห้วงระยะ 14 พันล้านปีแสง ของจักรวาลประกอบด้วย
(เป็นวัตถุที่สามารถเห็นแบบ Visible)
----------------------------------------------------------
กระจุกกาแล็คซี่ (Superclusters) จำนวน 10 ล้านกระจุก
กลุ่มกาแล็คซี่
(Galaxy groups) จำนวน 25 พันล้านกลุ่ม
กาแล็คซี่ขนาดใหญ่ (Large galaxies) จำนวน 350 พันล้านกาแล็คซี่
กาแล็คซี่แคระ (Dwarf galaxies) จำนวน 7 พันพันล้านกาแล็คซี่
ดาว (Star) จำนวน 30 พันล้าน- พันพันล้านดวง
*ทั้งนี้ยังไม่รวม ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ วัตถุอื่นๆ ในระบบสุริยะอื่น เหตุเพราะ
ยังสำรวจยากจากระยะไกล และแสงสว่างน้อย มีขนาดเล็ก (เชื่อว่ามีจำนวนกว่า
1,000 เท่า ของจำนวนดาวในจักรวาล และยังไม่รวมวัตถุที่ไม่สามารถมองเห็น
แบบ Visible เช่น หลุมดำ
(Black Hole) เนบิวล่า
(Nebula) เป็นต้น