การสำรวจทางดาราศาสตร์ : ศตวรรษที่ 18
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                Latest update : Apr 17, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
    การสำรวจทางดาราศาสตร์ : ศตวรรษที่ 18
 
 
 
เพื่อเป็นการบันทึก ประวัติด้านดาราศาสตร์ เนื่องใน
ปีแห่งดาราศาสตร์สากลหรือ International Year of Astronomy (IYA2009)
รวบรวมการสำรวจพบครั้งสำคัญจากนักดาราศาสตร์ จากฐานข้อมูล
Astronomy Magazine และ Western Washington University
ระหว่าง ค.ศ. 1600-2000 ตามลำดับปีดังนี้
 
 
 
 
 
Giuseppe Piazzi ค.ศ.1801
 
   
 
 
Giuseppe Piazzi สำรวจพบ ดาวเคราะห์ Ceres โคจรรอบดวงอาทิตย์เช่นเดียวกับ
ระบบดาวเคราะห์ มีวงโคจรอยู่ระหว่างดาวอังคาร และดาวพฤหัส นักดาราศาสตร์
ยุคนั้นเข้าใจว่าเป็นดาวเคราะห์ มีตำแหน่งในระหว่างช่องที่กว้างมากกว่าดาวเคราะห์
อื่นด้วยกัน ปัจจุบันจัดอยู่ประเภท Dwarf planet (ดาวเคราะห์แคระ)
 
 
ดาวเคราะห์แคระ Ceres
 
 
Friedrich Bessell ค.ศ.1838
 
   
 
 
Friedrich Bessell มีความสามารถวัดระยะทาง แสดงตำแหน่งการเปลี่ยนแปลงของ
ดาว 61 Gygni ซึ่งมีระยะทางไกลจากโลกมาก (ยุคนั้นแสดงระยะทาง 10.4 ปีแสง)
ยังเป็นผู้ติดตามตำแหน่งโคจร และระยะทางของดาวต่างๆอีกจำนวนมาก
 
 
61 Cygni ปัจจุบันจัดอยู่ในประเภท Double star system มีระยะทางจากโลก 11.4 ปีแสง
 
 
William Parsons ค.ศ.1845
 
   
 
 
William Parsons เป็นผู้ตรวจพบว่า มี เนบิวล่า (Nebula) ในกังหันของกาแล็คซี่
M 51 นับเป็นครั้งแรกที่มีการศึกษาโครงสร้างของกาแล็คซี่ และยังเป็นผู้ปรับปรุง
แก้ไข วัตถุด้านลึกของท้องฟ้า (Deep sky objects) ทำให้นักดาราศาสตร์เข้าใจ
เรื่องรูปทรงสันฐานกังหัน กาแล็คซี่ จากคำว่า Island univeres (เกาะในจักรวาล)
 
 
M51
 
 
George Airy - Urbain Le Verrier
Heinrich d´Arrest -Johann Galle ค.ศ.1846
 
 
 
เป็นการร่วมกันของ 4 นักดาราศาสตร์ จากซ้าย George Airy - Urbain Le Verrier
Heinrich d´Arrest -Johann Galle ทำการสำรวจตรวจสอบ ดาวเนปจูน

โดย George Airy และ Urbain Le Verrier ร่วมกันคำนวณค่าฐานจากแรงดึงดูด
และทฤษฎีการรบกวนจาก ดาวยูเรนัส ส่วน Heinrich d´Arrest และ Johann Galle
เป็นผู้ใช้กล้องสำรวจ ตามตำแหน่งที่ทำนายไว้ล่วงหน้า
 
 
ดาวเนปจูน
 
 
William Lassell ค.ศ.1846
 
   
 
 
William Lassell เป็นผู้สำรวจพบ ดวงจันทร์ Triton ของดาวเนปจูน ซึ่งมีขนาดใหญ่
ที่สุดของดาวเนปจูน
 
 
ดวงจันทร์ Triton
 
 
Richard Carrington ค.ศ.1859
 
 
Richard Carrington สำรวจพบ Solar flare (แสงลุกโชติช่วงขนาดใหญ่ ชั่วขณะ)
บนพื้นผิวดวงอาทิตย์ หากเกิดขึ้นอย่างแข็งแกร่ง มีอันตรายต่อโลก โดยทั่วไปเกิด
ไม่รุนแรง แสดงผลบนโลกเป็น Auroral (แสงเหนือ-แสงใต้)
 
 
ภาพเขียนการสำรวจพบ Solar flare โดย Richard Carrington เมื่อ 1 กันยายน ค.ศ.1859
 
 
Solar flare
 
 
Alvan Clark ค.ศ.1862
 
   
 
  Alvan Clark สำรวจพบดาว Sirius B โดยทราบเป็นครั้งแรกว่าเป็นดาวประเภท
ดาวแคระขาว (White dwarf) จนกระทั่งในศตวรรษที่ 20 นักดาราศาสตร์เข้าใจ
ดาวประเภทนี้มากขึ้น
 

 
(ดาว Sirius B (ดวงเล็กๆ) ในภาพอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าและสลัวกว่า
 
 
William Huggins ค.ศ.1863
 
   
 
 
William Huggins สำรวจด้วยกล้องประดิษฐ์ใหม่ Spectroscope (กล้องวิเคราะห์
ค่าสี) ทำให้ทราบว่าดาว Aldebaran และดาว Betelgeuse มีชั้นบรรยากาศ ของ
ธาตุเหล็ก โซเดียม แคลเซี่ยม แมกกานีส เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะ
 
 
Aldebaran
 
4
 
Betelgeuse
 
 
William Huggins ค.ศ.1864
 
 
William Huggins ใช้กล้องและเลนส์ประสิทธิภาพใหม่ Spectroscope (กล้อง
วิเคราะห์ค่าสี) สำรวจกลุ่มแสงของก็าซ ไปยังวัตถุต่างๆลึกเข้าไปในอวกาศ เช่น
Cone nebula
 
 
Cone nebula
 
 
Charles Wolf - Georger Rayet ค.ศ.1867
 
   
 
 
Charles Wolf และ Georges Rayet (ในภาพ) ได้จัดประเภทดาวขึ้นใหม่จากการ
สำรวจพบว่า ดาวบางดวงมีพลังงานท่วมล้นอย่างแรงจัด เป็นลักษณะหมอกก็าซ
อยู่โดยรอบ เรียกว่า Wolf-Rayet star
 
 
Wolf-Rayet star
 
 
Norman Lockyer ค.ศ.1868
 
   
 
 
Norman Lockyer ได้ใช้กล้อง Spectroscope (กล้องวิเคราะห์ค่าสี) สำรวจดวง
อาทิตย์ ทำให้ทราบว่ามีองค์ประกอบของธาตุ Helium และ Hydrogen และเป็น
ธาตุที่มีมากมายทั่วไปในจักรวาล
 
 
ส่วนประกอบธาตุบนดวงอาทิตย์
 
 
Asaph Hall ค.ศ.1877
 
   
 
  Asaph Hall สำรวจพบดวงจันทร์ Phobos และดวงจันทร์ Deimos ของดาวอังคาร
ซึ่งวัตถุทั้งสองคล้ายกับดาวเคราะห์น้อย
 
 
ดวงจันทร์ Phobos (บน) ดวงจันทร์ Diemos (ล่าง)
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017