อธิบายกันแบบไหน จึงเห็นภาพจริง
มวลกลไกของพลังงาน เป็นธรรมชาติอย่างที่สุด ของระบบจักรวาลที่ดำรงคงอยู่
และไม่เคยอนุโลมกฎเกณฑ์ใดๆ ต่อสิ่งใดแต่สามารถปรับปรุง ระบบที่เหมาะสม
ได้อย่างเข้าใจยาก เพื่อความสมดุลยต่อการรักษาสถานะของกลไกไว้ โดยตลอด
เวลามีทั้งมีด้านบวกและด้านลบ หากคราวใดส่งผลไปด้านบวกมาก ก็จะเกิดผล
ด้านลบเพิ่มขึ้นเช่นกัน สลับกันไปเช่นนี้ และเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเพียงด้านหนึ่งด้าน
ใดเพียงด้านเดียว
ถามว่าแล้วอธิบายได้อย่างไร ตอบว่ายากที่จะอธิบาย ในหลายอย่างจะค้านกับ
กฎทางฟิสิกส์ไปหมด เพียงว่าเราบอกว่า ไม่อะไรเดินทางได้เร็วเท่าแสงซึ่งเป็น
กฎเกณฑ์ที่ถูกต้องยอมรับกันทั้งโลก
แต่หากจะต้องอธิบายในเรื่องมวลกลไก ของพลังงานจักรวาลในหลายมิติ ก็ต้อง
บอกว่ายังมีสิ่งที่เดินทางได้เร็วกว่าแสงอีกหลายเท่า ในสภาพแรงโน้มถ่วงแบบอื่น
ด้วยกลไกที่มีขบวนการต่างกัน นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้
เมื่อ 100 ปีที่แล้ว นักดาราศาสตร์ บอกว่า
ดาวอังคารมีลำธาร แม่น้ำ มีการเกษตร
(ด้วยความเข้าใจผิด เพราะกล้องมีประสิทธิภาพด้อยกว่าปัจจุบัน) แต่ต่อมาเรารู้
ว่าบนดาวอังคารเคยมีน้ำแต่ได้แห้งไปหมดแล้ว
ณ วันนี้เรากำลังจะส่งมนุษย์ ไปสำรวจดาวอังคาร พบข้อมูลใหม่เกิดขึ้นว่าชั้นใต้ผิว
ดินดาวอังคารยังมีน้ำอยู่ในลักษณะเกล็ดน้ำแข็งปนกับดินในชั้นที่ลึกลงไป ทั้งหมด
หมายความว่ากระไรคำตอบคือ เทคโนโลยีที่ใช้ในการสำรวจเป็นตัวบอก ทุกอย่าง
อาจเปลี่ยนได้เสมอ
ดังนั้นการอธิบายวันนี้ได้น้อยกว่าอนาคต เพราะมนุษย์ มีขอบเขตการรับข้อมูล
ด้วยเหตุผลด้านวิทยาศาสตร์อย่างจำกัด
สสารธรรมชาิติจากจักรวาล คือ ต้นทางพลังงานทั้งมวล
ปัจจัยพื้นฐานสสารคือพลัง เพราะฉะนั้นการพบสสารย่อมพบพลังงาน เมื่อพบสสาร
คล้ายกับโลก ก็ควรมีพลังงานในรูปแบบใกล้เคียงกัน แต่สสารที่อยู่ในจักรวาลนั้น
เรายังไม่เข้าใจทั้งหมด
เชื่อว่าระบบกลไกพลังงานที่ก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิต ไม่เพียงแต่บนโลกได้เท่านั้นใน
สถานที่อื่น กลไกพลังงานอาจเอื้อต่อการเกิด
รูปแบบสสารที่แปลกประหลาดกว่า สร้างรูปแบบพลังงานเหลือเชื่อ ในเงื่อนไขมหัศจรรย์ที่เราอาจไม่เคยพบเห็นได้
อย่างมากมาย ไม่ใช่เป็นผิดปกติ ปัญหาอยู่ที่มนุษย์ทั่วไป ยังไม่เคยประจักษ์แจ้ง
ส่วนผู้ที่รู้เห็น รูปแบบพลังงานต่างๆ (จะด้วยวิธีการใดก็ตาม) ตั้งแต่ครั้นโบราณหรือ
ปัจจุบันก็ตาม เมื่ออธิบายขึ้นกลับเป็นผลลบ เพราะอ้างอิง ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้
ประสบการณ์นั้นจึงต้องกลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อ
อย่างไรก็ตาม สถานที่อื่นในจักรวาล เช่น
โลกอื่น นับว่าเป็นที่ยอมรับเพิ่มขึ้นจาก
การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์
และต่างจากโลกเรา แต่ก็ยังอยู่ใน
มิติเดียวกัน ความแปลกจึงไม่น่าตกใจ
แม้ในปัจจุบันมีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ก้าวหน้าขึ้นมากตรวจพบพลังงานหลาย
รูปแบบที่ยังไม่เข้า แต่ก็มีระบบแบบแผนอย่างน่าประหลาด ซึ่งมิได้พึ่งมี แต่เราพึ่ง
รู้จัก เช่น
รังสีจักรวาล ที่มีข้อสงสัยกันมานานว่ามีจริงหรือไม่ ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์
ยังพบ
อิเล็คตรอนกลายพันธ์ ถ้าถามว่าทำไมจึงกลายพันธ์ ข้อเท็จจริงเพราะเราไม่
เคยพบเห็นสิ่งนี้ ทั้งนี้เป็นระบบหนึ่งของ กลไกพลังงานในจักรวาลที่เราเริ่มเจอ
โดยท้ายที่สุด มูลฐานอนุภาคพลังงานเหล่านั้น มีความดั้งเดิมจากธรรมชาติของ
จักรวาลทั้งสิ้น