เคล็ดลับรอดตายจาก ดาวเคราะห์น้อยชนโลก

 

มักมีผู้สงสัยว่า จะมีโอกาสเกิดภัยจากอวกาศจากดาวเคราะห์น้อย (Asteroids) หรือดาวหาง (Comet) พุ่งชนปะทะโลกของเราหรือไม่ ในเรื่องนี้คำตอบคือ มีความเป็น ไปได้ เพียงแต่จะเกิดขึ้นเมื่อใดและวัตถุที่จะพุ่งชนปะทะโลกนั้นจะมีขนาดเท่าใด สิ่งนี้ไม่ทราบได้ แต่กรณีที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น เราสามารถทราบล่วงหน้าได้ใน ระยะ 10-100 ปี เป็นอย่างน้อย เนื่องจากมีการเฝ้าติดตามวงโคจรของ ดาวเคราะห์น้อย ในประเภทที่เรียกว่า วัตถุใกล้โลก (Near-Earth Objects) ที่อาจจะทำอันตราย ต่อโลกได้ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีประมาณกว่า 1,000 วัตถุ โดยเป็นกลุ่มที่มีวงโคจรตัดหน้าผ่านโลกในแต่ละวันเสมอ โดยคนทั่วไปไม่เคยทราบเลย เหตุที่จะสร้างความ หายนะต่อโลกนั้น คือ เส้นทางโคจรของวัตถุใกล้โลก ที่อาจจะชนปะทะกันเอง หรือถูกแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์ (Sun) หรือแรงดุ้นจากดาวพฤหัสฯ (Jupiter) ทำให้สนาม แรงโน้มถ่วงในระบบสุริยะ เปลี่ยนแปลง งผลให้เกิดการผกผันของทางโคจร เพราะวัตถุใกล้โลกมีขนาดเล็กกว่าดาวเคราะห์ และไม่มีแกนหมุนแบบดาวเคราะห์ จึงคล้าย ก้อนโฟมที่ลอยในน้ำและ เปรียบคลื่นน้ำเป็นสนามแรงโน้มถ่วง หากน้ำนิ่งก็นิ่ง หากน้ำไหลกระเพื่อมก็จะขยับเปลี่ยนตำแหน่ง เป็นต้น

ชนิดวัตถุที่อาจพุ่งเข้าสู่โลก (เมื่อเทียบกับขนาดโลก)
1.ดาวเคราะห์น้อย : เล็ก
2.ดาวหาง : เล็กและค่อนข้างเล็ก
3.สะเก็ดดาว : เล็กมาก
4.ดาวตก : จิ๋ว
(อุกกาบาตคือ วัตถุดังกล่าวข้างต้น แต่ได้ตกลงปะทะบนพื้นโลกแล้วเหลือซาก ส่วนกรณีกำลังพุ่งเข้าสู่โลกเกิดระเบิดเป็นแสงวาวลุกเป็นไฟ เรียกว่า ลูกไฟ)

อัตราค่าเฉลี่ยการพุ่งเข้าสู่โลก ของวัตถุแต่ละชนิด
1.ทุกวันโลกจะถูกถล่มด้วยฝุ่นละออง (Dust) และอนุภาคอวกาศขนาดเม็ดทราย 100 ตัน
2.ปีละ 1 ครั้ง หินอวกาศ ขนาดรถยนต์ จะตกสู่ชั้นบรรยากาศโลกเผาไหม้หมด ก่อนที่จะถึงพื้นผิว
3.ทุก 2,000 ปี (หรือมากกว่า) หินอวกาศ ขนาดสนามฟุตบอล จะพุ่งชนโลกสร้างความเสียหาย
4.ในระยะ 1 ล้านปี หินอวกาศขนาดใหญ่จะพุ่งชนโลก เป็นภัยคุกคามต่ออารยธรรมมนุษย์

เมื่อตกสู่โลก หรือชนปะทะโลก ซากเหลือ-ไม่เหลือ อันตรายอยู่ที่ขนาดของวัตถุนั้นๆ
1.หินอวกาศ ขนาดเล็กกว่าประมาณ 25 เมตร ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ และทำให้เกิดความเสียหายน้อย หรือไม่มีเลย
2.หินอวกาศ ขนาดใหญ่กว่า 25 เมตร (แต่มีขนาดเล็กกว่า 1 กม.) จะชนโลกมีแนวโน้มว่าจะทำให้เกิดความเสียหายในระดับเมืองใหญ่ และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ระดับประเทศหรือระดับทวีป
3.หินอวกาศ ขนาดใหญ่กว่า 1-2 กิโลเมตร อาจมีผลกระทบทั่วโลก อันตรายต่ออารยธรรมมนุษย์ อาจสูญสิ้นไม่น้อยกว่าครึ่งโลก

เคล็ดลับรอดตายจากดาวเคราะห์น้อยชนโลก

ในขณะที่หินอวกาศขนาดใหญ่พุ่งชนโลกนั้น บริเวณที่ถูกปะทะจะมีความร้อนสูง 100 องศา C จะมีแรงลมร้อนเหมือนพายุจากปล่องภูเขาไฟ พร้อมกับเถ้าถ่านละออง ต่างๆ จนไม่สามารถหายใจได้ ในรัศมี 5,000 กิโลเมตร ทั่วโลกจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ เพลิงจะไหม้ทั้งในป่าและเขตเมือง ไฟฟ้าจะดับไปทั้งหมด ระบบคมนาคม รถไฟ รถยนต์ เรือเดินสมุทร ระบบการบินใช้การไม่ได้ การสื่อสารอาจล้มเหลวไปบางส่วน มนุษย์สัตว์พืชจะล้มตายทันทีในรัศมีจุดผลกระทบ ถ้าห่างออกมายังมี โอกาศรอดในระยะหนึ่ง นั่นหมายความว่าต้องมีอากาศ น้ำและอาหารประทังชีวิต และข้อสำคัญต้องหลีกเหลี่ยงการอาศัยบนเกาะและริมทะเล หรือเมืองท่าติดทะเล หากหินอวกาศปะทะลงสู่ทะเล จะเกิดคลื่นซึน่ามิขนาดใหญ่ เมืองชายฝั่งจะพังพินาศเป็นวงกว้าง เนื่องจากโลกมีแผ่นดินติดกับมหาสมุทรส่วนใหญ่

 เคล็ดลับรอดตายจาก ดาวเคราะห์น้อยชนโลก
1.กรณีหินอวกาศ ขนาดใหญ่ 1- 2 กม.
มีความเสียหายต่อภัยพิบัติมากที่สุด โลกจะพินาศ อารยธรรมมนุษย์อาจสูญสิ้น ถ้าคุณอยากรอดต้องใช้เงินมากสร้างที่อยู่ขนาดใหญ่ อย่างยั่งยืนคือ "โดมชีวภาพ" (Bio-domes) เป็นบังเกอร์ใต้ดินลึกและต้องอยู่ห่างจากจุดของผลกระทบที่ถูกพุ่งชนปะทะในอนาคต (ซึ่งการเลือกที่สร้าง ต้องเสี่ยงเลือกล่วงหน้า เลือกที่ผิดก็อาจรอดยาก) และ ต้องทำใจอาศัยในใต้ดินในเวลาหลายปี ระบบอากาศ น้ำ อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่นห่มชนิดหนา และพลังงานต่างๆ ต้องเพียงพอ เพราะคุณจะออกมาข้างนอก ไม่ได้ อากาศจะหนาวเย็น อุณหภูมิทั่วโลกจะลดลง จากฝุ่นละอองที่บดบังแสงอาทิตย์ยาวนาน โลกจะมืดสลัว พืช สัตว์ ตายหมด น้ำต่างๆ ปนเปื้อนมลพิษ ดื่มกินไม่ได้ และคุณต้อง รอจนกว่าสภาพอากาศพื้นผิวโลกกลับสู่ปกติ อาจยาวนานจนคุณเสียชีวิตก่อน

2.กรณีหินอวกาศ ขนาดเล็กกว่า 1 กม.
มีความเสียหายระดับเมืองใหญ่ และมีผลกระทบระดับประเทศถึงระดับทวีป สถานที่ปลอดภัยที่สุดคือใต้ดิน เช่น ฐานขีปวุธที่ถูกทิ้งร้างไว้พอที่จะหลบภัยได้ อาจต้อง ปรับปรุงและสิ่งสำคัญคือระบบอากาศ เสบียงน้ำ อาหาร ยารักษาโรค เมล็ดพืช ไม้ขีดไฟ เชื้อเพลิง เครื่องนุ่นห่ม ตำราที่เป็นหนังสือ เช่น ตำราแพทย์ ตำรา วิทยาศาสตร์ ต่างๆเพื่อช่วยเหลือตนเอง อย่าลืมว่าระบบเทคโนโลยีอาจใช้การไม่ได้นานแสนนาน ดังนั้นสมาร์โฟน คอมพิวเตอร์จะไร้ค่า ดาวเทียมนำร่องอาจทำงาน แต่ระบบบนโลก ต้องยุติ ขาดการควบคุมหรือเสียหายจากแผ่นดินไหว และการออกมาข้างนอกนั้น ต้องรอจนกว่าสภาพอากาศเป็นปกติ ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดและความ รุนแรงที่ปะทะจาก หินอวกาศ อาจจะระดับสัปดาห์ หลายเดือน หรือระดับหลายปี


 เคล็ดลับรอดตายจาก ดาวเคราะห์น้อยชนโลก

อย่างไรก็ตาม ภัยพิบัติระดับโลกนี้ มีระดับและกฎเกณฑ์การแจ้งเตือนภัย จากดาวเคราะห์น้อยและดาวหาง (Asteroid and comet impact hazard) เป็นมาตรฐาน สำหรับทั่วโลก ตามข้อมูลที่ต้องวินิจฉัยโดยละเอียดอย่างสูง มิฉะนั้นประชากรโลกจะตื่นตกใจ หวาดกลัวจากเหตุผลดังกล่าว จึงได้มีการจัดตั้ง วันดาวเคราะห์น้อย (Asteroid Day) เมื่อ 3 ธันวาคม ค.ศ. 2014 โดย บุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ รวมทั้งนักบินอวกาศกว่า 100 คน เป็นการเคลื่อนไหวทั่วโลก เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ ดาวเคราะห์น้อย และหาหนทาง ปกป้องโลกของเรา

มักพบคำถามว่า ในอนาคตโลกมีโอกาสถูกหินจากอวกาศเข้าปะทะอีกหรือไม่ ในความเป็นจริงโลกมีโอกาสถูกชนปะทะอีกแน่นอน โดยทั่วไปอาจเป็นอุกกาบาตขนาดเล็ก ซึ่งเกิดขึ้นเสมอๆในระยะ 100 ปีที่ผ่านมา ความเสียหายไม่รุนแรงเช่น ตกใส่บ้านเรือนและรถยนต์ สำหรับการปะทะครั้งใหญ่ในระยะ 100 ปีข้างหน้า ที่จะเสียหายในระดับ เมืองหรือระดับทวีป ข้อมูลที่ทราบขณะนี้มีโอกาสค่อนข้างต่ำ

ของขวัญ,ของที่ระลึก,ของเล่น,ของประดับ,ของใช้,อวกาศ,ดาราศาสตร์,sunflowercosmos,หนังสือ,สื่อวิทยาศาสตร์
ค่ำดูดาว เช้าดำน้ำ ค่ายดาราศาสตร์ สมุทรศาสตร์ Sunflower Camp พัทยา
Astronomy and Oceanography,The Elementary Course Experience of Science Explorer
เพื่อประสบการณ์ครอบครัวยุคใหม่ 1 คืน 2 วัน ที่พักพร้อมอาหารและกิจกรรม จัดพิเศษสำหรับกลุ่มขนาดเล็ก 20 คน
สอบถามเพิ่มเติม facebook

ดูดาว,ดำน้ำ,ค่ายดาราศาสตร์,สมุทรศาสตร์,Sunflower,Camp,พัทยา
 Peter Sunflower
ดูดาว,ดำน้ำ,ค่ายดาราศาสตร์,สมุทรศาสตร์,Sunflower,Camp,พัทยา
Astronomy
ดูดาว,ดำน้ำ,ค่ายดาราศาสตร์,สมุทรศาสตร์,Sunflower,Camp,พัทยา
Boom Naui
ดูดาว,ดำน้ำ,ค่ายดาราศาสตร์,สมุทรศาสตร์,Sunflower,Camp,พัทยา
Oceanography