วีรบุรุษดาวอังคาร

 

Heroes of Mars
วีรบุรุษดาวอังคาร
 

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่นั้น มนุษย์ได้เริ่มสำรวจดาวอังคารมากว่า 20 ปี ยานสำรวจอวกาศ (Spacecraft) ในแบบต่างๆถูกออกแบบตามภารกิจที่กำหนดนับร้อย โครงการมีมากกว่า 40 ลำ และยานสำรวจ Mariner 4 เป็นยานลำแรกที่ลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร ในปี ค.ศ 1965 ยานสำรวจแต่ละมีภารกิจต่างกัน เช่น การทำแผนที่ทาง ธรณีวิทยา การสืบค้นเสาะหาน้ำใต้พื้นพิภพ การค้นหาระบบชีวิตอื่น การตรวจสอบสภาพแวดล้อมทางอุตุนิยมวิทยา ฯลฯ

 

ทั้งนี้เพื่อเตรียมพร้อมการนำมนุษย์ไปอาศัย อยู่บนดาวอังคาร ภายใน 2 ทศวรรษนี้ มนุษย์จากโลกจะมีโอกาสไปยืนปรากฎตัวบนดาวอังคาร (Mars) และในอีกไม่กี่ทศวรรษ ถัดไป เราอาจจะมีมนุษย์ต่างดาว ในรูปแบบมิติเดียวกับโลก ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน ถือกำเนิดขึ้นบนดาวอังคารและที่นั่นจะเป็นอาณานิคมใหม่ในระบบสุริยะ (Solar system)

 

แต่ก่อนจะมีสิ่งต่างๆที่กล่าวมานั้น เราต้องผจญกับ สภาพแวดล้อมต่างจากโลกโดยสิ้นเชิง คงไม่ง่ายนักที่จะปรับตัวเองให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่คงจะมีปัญหา มากมายที่ต้องแก้ไขไปที่ละน้อย ซึ่งอาจนึกไม่ถึง เช่น

 

1.ต้องเดินทางไกล ไปกลับใช้เวลา 16 เดือน

 

จากโลกไปดาวอังคาร มาระยะทางประมาณ 56 ล้านกิโลเมตร จึงใช้เวลา 8 เดือน เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง จำต้องใช้พลังงาน แสงอาทิตย์ ด้วยยานอวกาศสามารถบรรทุก ผู้โดยสารได้เที่ยวละ 4-6 คน และในทำนองเดียวกัน ขากลับมายังโลกใช้เวลาอีก 8 เดือน ทำให้การเดินทางไปกลับ รวม 16 เดือน

 

2.ต้องตระเตรียมฝึกฝน มากกว่าที่คิด

 

เพื่อพิชิตดาวอังคาร นับร้อยกรณีที่ต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้าบนโลกก่อนนับ 10 ปี ตัวอย่างเพียงหนึ่งกรณี คือเรื่องยานพาหนะที่ต้องใช้บนดาวอังคาร ในเรื่องเชื้อเพลิง ความปลอดภัย สำหรับการเดินทางระยะไกล บนพื้นที่ไม่ราบเรียบเต็มไปด้วย หินแหลมคม ต้องใช้ยานพาหนะโรเวอร์ที่ออกแบบครบถ้วนในการเผชิญกับสิ่งต่างๆ ที่คาดคิดไม่ได้ จากสภาพแวดล้อมซึ่งเราไม่คุ้ยเคยมาก่อน

 

3. ไม่ได้ให้ไปอยู่สบาย แต่ต้องปฎิบัติภารกิจ

 

สำคัญยิ่งยวด น้ำเป็นสิ่งค้ำจุนชีวิต ดังนั้การค้นหาน้ำชั้นใต้ดิน ยังคงต้องดำเนินการต่อไป เพื่อนำใช้กับระบบชีวิต นำมาผลิตออกซิเจน สำหรับหายใจอาจนำมาแยกโมเลกุล เพื่อใช้เป็นพลังงาน เป็นภาระกิจสำคัญสำหรับผู้บุกเบิกอาณานิคมใหม่ บนดาวอังคารเพราะถ้าขาดน้ำเท่ากับดับชีวิต

 

วีรบุรุษดาวอังคาร

 

4.การตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย ไม่ใช่บ้านในฝัน

 

การอยู่บนดาวอังคารจำเป็นต้องอยู่ในลักษณะ โดมชีวภาพ (Bio domes) ยึดหลักเกณฑ์ความรู้ด้านเทคโนโลยีต่างๆของวิทยาศาสตร์มา ประยุกต์ใช้กับสิ่งมีชีวิต เพื่อเป็น ประโยชน์ต่อมนุษย์ให้มากที่สุด นอกจากนั้นบ้านต้องไม่มีเสาเข็มเช่นการสร้างบ้านบนโลก เพราะเปลือกผิวดาวอังคารอ่อนกว่าโลกมีแผ่นดินไหวรุนแรง เปลือกนอกของบ้าน ต้องหาวิธีป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์ เพื่อความปลอดภัย

 

และแน่นอนที่สุดการใช้ชีวิตประจำวันไม่สามารถจะ อาบน้ำได้บ่อย คงเพียงได้แต่เช็ดเปียก เพราะต้องประหยัดน้ำเป็นที่สุด และอาหารทุกมื้อคือ อาหารกระป๋อง หรืออาหาร ชนิดผงแห้ง นำมาผสมน้ำรับประทาน และต้องมีการเพาะปลูกพืชแบบเรือนกระจก ใช้น้ำน้อย ใข้แสงอาทิตย์เทียมเป็นต้น

 

แนวคิดวิธีสร้างที่อยู่อาศัยของมนุษย์บนดาวอังคาร นับวันมีหลายแนวคิดเพิ่มเติมในหลายวิธีเช่น เพื่อการประสบความสำเร็จในสร้างอาณานิคม และมนุษย์อยู่อาศัยระยะ ยาวบน ดาวอังคารต้องคิดใช้โครงสร้างวัสดุที่มีความยืดหยุ่น จากแหล่งที่มีอยู่บนดาวอังคารเอง แนวคิดนี้คือ การใช้คอนกรีตโดยไม่ต้องใช้น้ำ โดยเฉพาะน้ำเป็นทรัพยากร ที่มีค่าบนดาวเคราะห์นี้

 

วัสดุสำคัญในการก่อสร้างบนดาวอังคารคือ กำมะถัน เพราะในอดีตดาวอังคารมีภูเขาไฟเป็นจำนวนมาก โดยนำมาให้ความร้อน 240 °C เพื่อให้กลาย เป็นของเหลวผสมกับ ดินบนดาวอังคารแล้วทิ้งไว้ให้เย็น กำมะถันก็จะแข็งตัว มีคุณสมบัติเป็น คอนกรีตดาวอังคาร (Martian concrete) และความแข็งแรงยังสามารถ ป้องกั นอุกกาบาตได้

 

วีรบุรุษดาวอังคาร

 

มนุษย์ต่างดาว เรื่องจริงหรือเท็จ ?

 

บนดาวอังคารขาดแคลนชั้นโอโซน (Ozone layer) เมื่อแสงแดดฉายส่องมาพร้อมรังสีอัลตราไวโอเลตจึงไม่ถูกกรอง มีความอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ แนวคิดการสร้าง ที่อยู่อาศัย แบบต้นทุนต่ำบนดาวอังคาร คือ บ้านน้ำแข็ง (Ice House) เพื่อช่วยปกป้องรังสีดังกล่าว จากน้ำแข็งซึ่งมีจำนวนมากบนดาวอังคาร ด้วยวิธีออกแบบ โครงสร้างวัสดุ น้ำหนักเบายึดเกาะเป็นม่านด้วยน้ำแข็ง 2 ชั้น เพราะน้ำจะสามารถกรองป้องกันอันตรายจากรังสีได้ และแสงบางส่วนยังสามารถส่องผ่านเข้ามาได้ ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งมีผล ดีในเชิง จิตวิทยาการอยู่อาศัยของมนุษย์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพัฒนาในหลายๆวิธี

 

5.มีงานเกษตรกรรมในห้องกระจก ปลูกพืชผักโดยไม่ใช้ดิน

 

ก่อนหน้านี้มีการทดลองปลูกพืชผักในห้องเรือนกระจก โดยไม่ใช้ดินบนโลกยาวนานหลายปี โดยสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมือนบนดาวอังคาร คัดเลือกพืชที่เหมาะสมนำไป เพาะปลูก ถ้าเจริญเติบโตได้สามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ประโยชน์ที่ได้รับนอกเป็นอาหารแล้ว ต้องช่วยให้เกิดออกซิเจน เช่น สาหร่าย และสามารถนำมาแยก โมเลกุลใช้เป็น พลังงานได้อีกทางหนึ่ง

 

วีรบุรุษดาวอังคาร

 

6.ถ้าอยากสร้างเมืองใหม่ให้ไฉไล

 

อาจใช้เวลา 100 ปี มีความเป็นไปได้ ในการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร แต่ก็มีความยากลำบาก ในการที่จะขนสิ่งต่างๆไปจากโลกให้ครบถ้วน เพราะต้องคิดวางแผน อย่างรอบครอบ ความคุ้มค่าที่จะนำไป คงไม่เหมือนที่จะสร้างอะไรก็ได้เช่นบนโลก สำคัญคือสถาปนิกอวกาศ ต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมของดาวอังคาร ที่มีแผ่นดินไหว และลมพายุฝุ่นงูปีศาจ ที่หอบพัดฝุ่นครอบคลุมอาณาเขตกว้างนับล้านกิโลเมตร นอกจากนั้นแสงแดดน้อย อากาศเย็นจัด อนุภาคจากพายุสุริยะ (Solar wind) พัดกระหน่ำ และมีแรงโน้มถ่วงน้อย เพียงการออกแบบก็จิตนาการยากแล้ว ดังนั้นเมืองใหม่บนดาวอังคารย่อมใช้เวล มากกว่า สร้างบนโลกหลายเท่า

 

7.จะเดินทางไปไหน หรือจะพูดกับใคร

 

ไม่ง่ายอย่างที่คิด บนดาวอังคารเป็นพื้นที่ว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดๆเลย ดังนั้นการออกไปสำรวจจึงต้องมีสัมภาระติดตัวในการช่วยให้รอดชีวิต น้ำและอากาศ เดินทางโด รถขับ เคลื่อนไฟฟ้า (หรือรถอัด พลังลม) หากมีวิกฤตใดๆก็สามารถใช้วิทยุสื่อสารกับ ศูนย์บังคับการบนโลกได้ โดยคลื่นสัญญานจะดีเลย์ช้าไปราว 10 นาที แต่เพื่อแก้ปัญหานี้ การสื่อสารแบบฉับไวขึ้นใหม่ ได้มีการพัฒนา ส่งสัญญานนำแสงแบบใหม่ โดยได้ทดลองประสบความสำเร็จ ระหว่างโลกและดวงจันทรในเสี้ยววินาที

 

8.ตะวันตกดิน บรรยากาศขมุกขมัวไม่สดใส

 

นอกจากความว่างเปล่า ไม่มีต้นไม้แม่น้ำลำธารให้ชื่นใจเช่นโลกแล้ว สิ่งที่ต้องเปลี่ยนไปคือ บรรยายกาศบนดาวอังคาร สภาพเห็นเป็นทุ่งหินทรายแดง ยามอาทิตย์ตกดิน ดวงอาทิตย์จะเล็กกว่าที่เห็นบนโลกเพราะอยู่ไกลว่าและจะมีความขมุกขมัว เพราะท้องฟ้ามีฝุ่นและละอองน้ำปิดกั้นแสง แน่นอนว่าจะไม่เห็นทะเล เมฆสวย ไม่เห็นสัตว์ใดๆ ที่เคยชื่นชอบนอกจากจุลชีพในห้องทดลอง และต้องลืมแฟช้่นทุกอย่างบนโลก

 

9.หากพบรักแท้บนดาวอังคาร ห้ามตั้งครรภ์เด็ดขาด

 

คงเป็นสิ่งที่อาจหลีกเลี่ยงยาก หากมีชายหญิงไปอยู่บนดาวที่อ้างว้างเช่นนี้ แม้มีภาระกิจภาคสนามมากมายแต่ความใกล้ชิดอาจพบรักแท้เพื่อดูแลกัน สำคัญคือ ตั้งครรภ์ ไม่ได้ อาจอันตรายถึงชีวิตเพราะทารกอาจไม่รอด จากสภาพแรงโน้มถ่วงที่ต่างไปจากโลก และไม่มีโรงพยาบาลต่างดาว ปัญหาคือจะกลับโลกไม่ได้ขณะมีครรภ์ด้วย สภาพไร้แรง โน้มถ่วง (Zero gravity) ในอวกาศ และขณะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก จะกระทบกระเทือนในสภาพเสียดสีกับบรรยากาศอย่างรุนแรง จะไม่รอดชีวิตทั้งทารกและมารดา

 

วีรบุรุษดาวอังคาร

 

10.ลมพายุใบจักร มัจจุราชดำ

 

บนดาวอังคาร วันหนึ่งข้างหน้า ถ้าทุกอย่างพร้อมแล้ว อาจมีวิธีให้มนุษย์กำเนิดทารกบนดาวอังคารได้ จะเรียกว่า มนุษย์ต่างดาวอย่างแท้จริง และเมื่อความเป็นอยู่คุ้นเคย สภาพร่างกาย อาจปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมได้ แต่ก็ต้องสวมชุดป้องกันรังสีจากพายุสุริยะ ห่อหุ้มมิดชิดมีระบบอากาศสำรองเมื่อออกมาด้านนอก ชุดป้องกัน รังสีอาจต้องออกแบบสามารถป้องกันลมพายุใบจักรได้ด้วย ซึ่งเกิดจากกระแสความร้อนหมุนเข้ากัน และจะกวาดเศษหินแหลมคมม้วนพัดคล้ายลมบ้าหมูบนโลกเข้าปะทะ ร่างกายเป็นบาดแผลคล้ายถูกระดม ยิงด้วยหิน

 

11.ไม่แน่ใจว่าจะโชคดี หรือโชคร้าย

 

ถ้าได้ตายบนดาวอังคาร การที่มนุษย์ไปใช้ชีวิตบนดาวอังคารไม่ได้ช่วยให้อายุยืนยาวอย่างแน่นอน เพราะสภาพแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าโลก ระบบภายในไม่ชินกับสภาวะ ดังกล่าว สิ่งที่อันตรายมาก คือ อนุภาคพายุสุริยะหอบพัดเอารังสีอันตรายเข้าปะทะ เพราะสนามแม่เหล็กของดาวอังคารอ่อนแอมานานแล้ว จึงไม่สามารถป้องกันได้เช่นบนโลก องค์ประกอบของอากาศ เกือบทั้งหมดเป็นคาร์บอนไดออกไซด์แทบไม่มีออกซิเจน สิ่งเหล่านี้คือ ปัจจัยที่จะทำให้มนุษย์มีอายุสั้นลง

 

12.โอกาสจะกลับโลกอีกครั้ง ยังต้องวัดดวง

 

การเตียมการทุกอย่างเพื่อการเดินทางสู่ดาวอังคารนั้น มีความรอบครอบอย่างสูง ทุกสิ่งจะต้องมีการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่านับปี เพื่อแก้ไขปรับปรุงให้ปลอดภัยสูงสุด สำหรับ มนุษย์อวกาศ (Astronaut) นักเดินทางไกล แต่เราก็ต้องยอมรับว่าโอกาสผิดพลาดนั้นก็มีได้เสมอเช่นกัน การเดินทางที่มนุษย์ยังไม่มีประสบการณ์ และมีระยะทางไกลใช้เวลา ยาวนาน คงเป็นสิ่งที่หนักใจไม่น้อย

 

นอกจากเงื่อนไข 12 ข้อนี้ ยังมีหมายความว่า ผู้เดินทางข้ามอวกาศครั้งนี้ต้องยอมรับถึง สิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับตนเอง 2 ประการคือ อาจไปไม่ถึง หรืออาจไม่ได้กลับโลก เมื่อถึงวัน นั้นผู้กล้าชุดแรกจากโลก เดินทางรอมแรมด้วยยานอวกาศ พร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง ของมนุษย์สู่ดินแดนใหม่ดาวเคราะห์สีแดง คงต้องขนานนามเพื่อเป็น เกียรติว่า วีรบุรุษดาวอังคาร