สนธิสัญญาการสื่อสาร
สัญญาณต่างดาว

 

รูปแบบความเข้าใจเรื่องมนุษย์ต่างดาวมีหลายรูปแบบ การขยายอธิบายขยายความอาจขึ้นอยู่กับภูมิปัญญาส่วนหนึ่ง หรือการเข้าใจผิดจากสิ่งที่เห็นอีกส่วนหนึ่งและ ผสมปนกับจินตนาการไปได้อย่างลื่นไหลอีกส่วนหนึ่ง จากรายงานการสำรวจวิจัยใหม่บ่งชี้ให้เห็นว่าประชากรโลก (เยอรมัน-อังกฤษ-อเมริกัน) กว่าครึ่งเชื่อว่าเรื่อง มนุษย์ต่างดาวถูกพบและเก็บเงียบไว้ เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกโดยมีจำนวน 20% คิดว่าจะอยู่ร่วมกับมนุษย์ต่างดาวได้ แม้ว่าข้อมูลการพบมนุษย์ต่างดาว ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยขึ้น ปัญหาทั้งหมดจึงอยู่ที่ความน่าเชื่อและความน่าเชื่อนั้น จะต้องถูกสร้างอ้างอิงขึ้นโดยใครประชากรโลกจึงจะเชื่อถืออย่างประจักษ์แจ้งมากกว่า เล่าให้ฟังตามกันต่อเนื่องมา

Protocols for an ETI Signal Detection หมายถึงข้อตกลง (สนธิสัญญา) ในการทำการสื่อสาร การกำหนดความหมายและวิธีการในการสื่อสาร สำหรับการตรวจ จับสัญญาณสิ่งทรงปัญญาจากโลกอื่น เพื่อสนับสนุนการวิจัยของ SETI Research (Search for extraterrestrial intelligence) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยก่อตั้งขึ้นกว่า 50 ปี มีนักวิทยาศาสตร์มากมายหลายสาขาสนับสนุนโดย NASA มีสถาบันวิทยาศาสตร์ชั้นนำทั่วโลกเข้าร่วมข้อกำหนด และความยอมรับกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับ สิ่งทรงปัญญา (มนุษย์ต่างดาวที่มีความสามารถไม่ด้อยไปกว่ามนุษย์) หลังจากการค้นพบความฉลาดของมนุษย์ต่างดาว สำหรับสถาบันและบุคคลที่มีส่วนร่วมในการ ค้นหาความลับนอกโลกซึ่งต้องตระหนักดีว่าการค้นหาข้อมูลจากต่างดาว เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจอวกาศ กำลังดำเนินการเพื่อความสงบสุขและเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ของมวลมนุษยชาติ

แรงบันดาลใจมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษยชาติ ในการตรวจหาหลักฐานจากหน่วยสืบราชการลับต่างดาว แม้ว่าความน่าจะเป็นของการตรวจจับในระดับต่ำ สนธิสัญญา เกี่ยวกับหลักการควบคุมกิจกรรมของรัฐ ในการสำรวจและการใช้พื้นที่นอกโลกรวมทั้งดวงจันทร์ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆในท้องฟ้าซึ่งเป็นภาคีรัฐภาคีแห่งสนธิ สัญญานนี้เพื่อแจ้งให้เลขาธิการสหประชาชาติรวมทั้งประชาชน และชุมชนวิทยาศาสตร์นานาชาติ ในขอบเขตที่เป็นไปได้และเป็นไปได้มากที่สุดของธรรมชาติ การดำเนินการสถานที่และผลรายงานของกิจกรรมการสำรวจอวกาศต้องตระหนักว่า การตรวจหาครั้งแรกอาจไม่สมบูรณ์หรือคลุมเครือ และต้องมีการตรวจสอบ อย่างรอบคอบรวมถึงการยืนยันและเป็นสิ่งสำคัญที่จะรักษา มาตรฐานสูงสุดของความรับผิดชอบทางวิทยาศาสตร์ และความน่าเชื่อถือโดยจะยอมรับที่จะปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ต่อไปนี้ ในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจจับข้อมูล ข่าวสารจากต่างดาวดังนี้

1.บุคคลใด สถาบันการวิจัยของรัฐหรือเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อว่า ได้ตรวจพบสัญญาณจากหรือหลักฐานอื่นๆ ของหน่วยสืบราชการลับของมนุษย์ต่างดาว (Evidence of extraterrestrial intelligence) ผู้ค้นพบควรพยายามตรวจสอบว่าคำอธิบาย ที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับหลักฐานคือ การมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวมากกว่า บางปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาติอื่นๆหรือปรากฏการณ์ของมนุษย์ ที่บางครั้งอาจยังไม่ถูกเปิดเผยหรือยังอาจไม่รู้จัก หากหลักฐานไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นการบ่งบอก ถึงการมีอยู่มนุษย์ต่างดาว ผู้ค้นพบอาจเผยแพร่ข้อมูลตามความเหมาะสม กับการค้นพบปรากฏการณ์ที่ไม่รู้จักใดๆ (ไม่ควรจะคาดเดาหรืออธิบายเกินจากการค้นพบ)

2.ก่อนที่จะมีการประกาศให้ประชาชนทราบว่าได้มีการตรวจพบหลักฐานมนุษย์ต่างดาว ผู้ค้นพบควรแจ้งไปยังหอสังเกตการณ์ (ทางดาราศาสตร์) หรือองค์กรวิจัยอื่นๆ ทั้งหมดที่เป็นภาคีของการประกาศนี้เพื่อให้ฝ่ายอื่นๆ หาทางยืนยันการค้นพบโดยการสังเกตการณ์ที่เป็นอิสระในพื้นที่อื่นๆ และเพื่อให้สามารถสร้างเครือข่ายเพื่อ ให้สามารถตรวจสอบสัญญาณหรือปรากฏการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง ภาคีแห่งปฏิญญานี้ไม่ควรประกาศต่อสาธารณชนต่อข้อมูลนี้จนกว่าจะมีการพิจารณาว่าข้อมูลนี้มีหรือ ไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับ การมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว ผู้ค้นพบควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ภายในของตน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทราบ

3.หลังจากสรุปว่าการค้นพบนี้ดูเหมือนจะเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือของมนุษย์ต่างดาวที่พบ และหลังจากแจ้งให้บุคคลอื่นทราบถึงการประกาศครั้งนี้ ผู้ค้นพบควรแจ้งผู้ สังเกตการณ์ทั่วโลก ผ่านสำนักกลางโทรเลขของสหพันธ์ดาราศาสตร์ระหว่างประเทศ (Central Bureau for Astronomical Telegrams of the International Astronomical Union) และควรแจ้งเลขาธิการ ของสหประชาชาติ (Secretary General of the United Nations) ตามสนธิสัญญาว่าด้วยหลักการควบคุม กิจกรรมของรัฐในการสำรวจ และการใช้พื้นที่นอกโลก รวมถึงดวงจันทร์และบริเวณในวัตถุส่วนอื่นๆ (Exploration and Use of Outer Space, Including the Moon and Other Bodies) เนื่องจากความสนใจและความเชี่ยวชาญที่แสดงถึงคำถามเกี่ยวกับการมีอยู่มนุษย์ต่างดาว และผู้ค้นพบจึงควรแจ้งให้สถาบันการค้นคว้าค้น ระหว่างประเทศทราบพร้อมกัน และควรจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานดังต่อไปนี้ คณะกรรมการวิจัยอวกาศมหาวิทยาลัย สภาวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ สหพันธ์ดาราศาสตร์ระหว่าง ประเทศ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union) คณะกรรมการวิจัยอวกาศ (Committee on Space Research) สภาวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ (International Council of Scientific Unions) สหพันธ์อวกาศนานาชาติ (International Astronautical Federation) สถาบันวิทยาศาสตร์การบินสากล (International Academy of Astronautics) สถาบันกฎหมาย อวกาศคณะกรรมการสากล (International Institute of Space Law) คณะกรรมาธิการ 51 แห่งสหพันธ์ดาราศาสตร์ระหว่างประเทศของสหภาพวิทยุ วิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ (Commission 51 of the International Astronomical Union and Commission J of the International Radio Science Union)

4.ควรมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากต่างดาวที่ได้รับการยืนยันอย่างรวดเร็วเปิดเผย และกว้างขวางผ่านช่องทางวิทยาศาสตร์และสื่อสาธารณะโดยปฏิบัติตามขั้นตอน ในการประกาศนี้ ผู้ค้นพบควรได้รับสิทธิ์ในการประกาศสาธารณะครั้งแรก

5.ข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการยืนยันการตรวจจับ ควรมีให้แก่ชุมชนวิทยาศาสตร์นานาชาติ ผ่านสิ่งตีพิมพ์ การประชุมและวิธีการอื่นๆที่เหมาะสม

6.การค้นพบควรได้รับการยืนยันและตรวจสอบและข้อมูลใดๆ ที่มีหลักฐานเกี่ยวกับความฉลาดของมนุษย์ต่างดาวควรได้รับการบันทึกและจัดเก็บอย่างถาวร ในขอบเขต ที่เป็นไปได้และเป็นไปได้ในรูปแบบที่จะทำให้สามารถใช้ในการวิเคราะห์และตีความต่อไปได้ การบันทึกเหล่านี้ควรมีให้กับสถาบันระหว่างประเทศที่ระบุไว้ข้างต้นและ แก่สมาชิกของชุมชนวิทยาศาสตร์เพื่อทำการวิเคราะห์และตีความวัตถุประสงค์ต่อไป

7.หากหลักฐานการตรวจพบอยู่ในรูปแบบของสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic signals) คู่สัญญาในการประกาศนี้ควรแสวงหาข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันความถี่ที่เหมาะสมโดยใช้วิธีการที่มีอยู่ผ่านทางสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union - ITU) ควรส่งคำบอกกล่าว ล่วงหน้าไปยังเลขาธิการ ITU ในนครเจนีวา ซึ่งอาจรวมถึงคำขอเพื่อลดการส่งข้อมูลในความถี่ที่เกี่ยวข้องในหนังสือเวียนรายสัปดาห์ สำนักเลขาธิการให้คำแนะนำร่วม กับคณะมนตรีบริหารของสหภาพฯ ควรสำรวจความเป็นไปได้และประโยชน์ของการจัดการประชุมทางวิทยุ การจัดการพิเศษเพื่อจัดการกับเรื่องนี้โดยขึ้นอยู่กับความคิด เห็นของ คณะผู้บริหาร ITU

8.ไม่ควรมีการตอบสนองต่อสัญญาณสื่อสาร หรือหลักฐานอื่นๆของมุษย์ต่างดาว จนกว่าจะมีการปรึกษาหารือระหว่างประเทศที่เหมาะสม ขั้นตอนการปรึกษาหารือ ดังกล่าว จะอยู่ภายใต้ ข้อตกลงการประกาศหรือการจัดการที่แยกต่างหาก

9.คณะกรรมการ SETI ในการประสานงานกับคณะกรรมาธิการ 51 ของสหพันธ์ดาราศาสตร์ระหว่างประเทศ (The SETI Committee of the International Academy of Astronautics, in coordination with Commission 51 of the International Astronomical Union) จะดำเนินการทบทวนขั้นตอนในการตรวจจับข้อมูล ข่าวสารจากต่างดาวและการจัดการข้อมูลต่อไป ควรมีการค้นพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวสัญญานต่างดาว ซึ่งควรจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างประเทศของ นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น เพื่อใช้เป็นจุดโฟกัสในการวิเคราะห์หลักฐานการสังเกตการณ์ทั้งหมดที่เก็บรวบรวม ในผลพวงของการค้นพบนี้และเพื่อให้คำ แนะนำเกี่ยวกับการปลดปล่อยข้อมูลต่อสาธารณชน คณะกรรมการชุดนี้ควรประกอบขึ้นจากตัวแทนจากสถาบันระหว่างประเทศแต่ละแห่งที่ระบุไว้ด้านบนและสมาชิก คนอื่นๆตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรเพื่ออำนวยความ สะดวก ในการชุมนุม ของคณะกรรมการดังกล่าวในอนาคตที่ยังมิทราบได้

การค้นหาสิ่งทรงปัญญาทางวิทยาศาสตร์มีมานานกว่า 50 ปี โดยปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ พยายามหาหลักฐานด้วยความพยายามอย่างยิ่ง ด้วยหลักเกณฑ์สมการ ที่เรียกว่า สมการเดรก (Drake Equation) ซึ่งเป็นเหตุเป็นผลทางวิทยาศาสตร์ คิดโดย ดร. แฟรงก์ เดรก (นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน) เมื่อปี ค.ศ. 1960 เพื่อประมาณการ ความเป็นไปได้ของจำนวนอารยธรรมในทางช้างเผือก โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆในรูปแบบของสมการทางคณิตศาสตร์และมีเป้าหมาย คือจำนวนอารยธรรมต่างดาว ที่มีความสามารถติดต่อกันได้ทางคลื่นวิทยุเช่นกัน จากสมการนี้ระบุว่าสิ่งทรงปัญญาในทางช้างเผือกควร มีอารยธรรมอื่นอีกอย่างน้อย 40 อารยธรรม จึงเป็นทิศทางใน ความเป็นไปได้ ในแง่วิทยาศาสตร์ที่เราอาจจะพบสิ่งทรงปัญญาอื่น ซึ่งมีแนวทางพอจะอธิบายคำว่า มนุษย์ต่างดาว เรื่องจริงหรือเท็จ ?

สถานะหยุดนิ่งไม่ใช้งานคล้ายกับการนอนหลับลึก