จากความไม่มั่นคงของ Gravity (ความโน้มถ่วง) และ Pressure (ความกดดัน)
อย่างน้อยครึ่งหนึ่งกับขนาดมวลวัตถุ ระบบดาวจึงเกิดความล้มเหลว (Failed start)
ทำให้เกิดรังสีความร้อนช้า จึงเย็นตัวลงตลอดเวลา
แม้จะมีความไม่สมบรูณ์ของระบบ และยังแผ่รังสีเหมือนดาวทั่วไปก็ตาม โครงสร้าง
ที่เป็นหัวใจหลักสำคัญภายใน (Interior) มิได้มีปัญหาหนัก ของความกดดันและ
ความโน้มถ่วง เหมือนกับดาวประเภทอื่นๆ
เพียงพื้นผิวภายนอกนั้นมีความมืด ไม่มีแสงรังสีจากการเผาไหม้ เช่นดาวอื่นๆ
จึงเป็นช่องว่าง ว่าจะเรียกว่า ดาวเคราะห์
(Planet) หรือ ดาว
(Star)
Brown Dwarfs พบครั้งแรกเมื่อปี 1970 โดย Jill Tarter ในความเป็นจริงเป็นดาว
สีแดงเข้มทึบมากกว่า (Dull red) จากเงื่อนไขนั้น เป็นสีจากลักษณะต้นกำเนิดเดิม
หรือเปลี่ยนแปลงของอนุภาคถับถมบนพื้นผิวด้วยเวลายาวนาน ยังทราบไม่ชัดเจน
ในขณะนี้
โดยเนื้อแท้รูปแบบเงื่อนไข กำหนดด้วยความสัมพันธ์ ระหว่างขนาดและอุณหภูมิ
พื้นผิว ขนาดมวลไม่เกิน 80 เท่าของ
ดาวพฤหัส และอุณหภูมิพื้นผิวน้อยกว่า
2,500 องศา C
ทั้งนี้จะมีขนาดเล็กกว่าดาวทั่วไป แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า ดาวเคราะห์ และมีความ
สลัว ค่าสะท้อนแสงน้อยกว่าดวงอาทิตย์มากกว่าพันเท่า
เหตุที่มีอุณหภูมิต่ำ แสงสว่างน้อยจึงทำให้สำรวจพบยาก เนื่องจากต้องใช้เครื่อง
มือที่ละเอียดอ่อน
โดยเชื่อว่า Brown dwarfs มีอยู่จำนวนมากมายใน
จักรวาล ทางทฤษฎี ถือว่าเป็น
วัตถุที่มีมวล ประมาณ 8% เมื่อเทียบกับ
ดวงอาทิตย์และขาดแคลนวัตถุดิบ หรือ
ไม่มีความเสถียร ต่อการหลอมละลาย Hydrogen จากแกนภายในทำให้พลังงาน
แรงดึงดูดน้อยกว่าดาวทั่วไป
--------------------------------------------------------------------------------------
เนื้อหา-ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
สำรวจประเภทดาวเคราะห์ ในจักรวาล
ชีวิตความลับของดวงดาว ตอน : Stars Birth
ชีวิตความลับของดวงดาว ตอน : The End of Stars
ดาวเคราะห์คล้ายโลก อยู่ที่ไหนกัน
การสืบค้นโลกใหม่