ฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ ด้านสำรวจอวกาศ ดาวพฤหัส
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                Latest update : Jul 22, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
ฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ ด้านสำรวจอวกาศ ดาวพฤหัส
 
โครงสร้างภายในดาวพฤหัส
 
 
โครงสร้าง ชั้นด้านบน (Upper ) ของดาวพฤหัส
 
 
ตำแหน่งการเรียกพื้นที่ ดาวพฤหัส
 
ข้อมูลจำเพาะ
สำรวจพบครั้งแรกโดย
Discovered By
สมัยโบราณ
ค่าเฉลี่ยระยะห่างจาก
ดวงอาทิตย์ /กม.

Average Distance from the Sun
778,412,020
หรือ 5.20336 AU.
ระยะทางใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด /กม.
Perihelion (closest)
740,742,600
เทียบกับโลก = 5.036 x Earth
ระยะทางห่างดวงอาทิตย์ที่สุด /กม.
Aphelion (farthest)
816,081,400
เทียบกับโลก = 5.366 x Earth
รัศมีเส้นศูนย์สูตร /กม.
Equatorial Radius
71,492
เทียบกับโลก = 11.209 x Earth
เส้นรอบวง /กม.
Equatorial Circumference
449,197
ปริมาตร /ลบ.กม.
Volume
1,425,500,000,000,000
เทียบกับโลก = 1316 x Earth
มวล /กก.
Mass
1.8987 x 1027
1,898,700,000,000,000,000,000,000,000
เทียบกับโลก = 0.815 x Earth
พิกัดความหนาแน่น กรัม/ลบ.ซม.
Density
1.33
พื้นที่ของผิว /ตร.กม.
Surface Area
62,179,600,000
เทียบกับโลก = 121.9 x Earth
ค่าแรงโน้มถ่วงบนพื้นผิว
โดยเปรียบเทียบน้ำหนัก
100 ปอนด์บนโลก
Equatorial Surface Gravity
บนดาวพฤหัสเท่ากับ 214 ปอนด์
ความเร็วหลุดพ้นแรงดึงดูด กม./ชม.
Escape Velocity
214,300
หมุนรอบตัวเอง (เทียบ 1 วันของโลก)
Sidereal Rotation Period
0.41354 วัน
หรือ 9.925 ชั่วโมง
โคจรรอบดวงอาทิตย์
(เทียบ 1 ปีของโลก)
Sidereal Orbit Period
11.8565 ปี
หรือ 4330.6 วัน
ค่าเฉลี่ยความเร็ววงโคจร กม./ชม.
Mean Orbit Velocity
47,051
เทียบกับโลก = 0.439x Earth
ค่าเบี่ยงเบนวงโคจร
Orbital Eccentricity
0.04839
มุมลาดเอียงวงโคจร
กับเส้นสุริยะวิถี /องศา

Orbital Inclination to Ecliptic
1.305
มุมลาดเอียงวงโคจร
กับระนาบเส้นศูนย์สูตร /องศา

Equatorial Inclination to Orbit
3.12
เส้นรอบวงของวงโคจร /กม.
Orbital Circumference
4,774,000,000
เทียบกับโลก = 5.165 x Earth
ค่าอุณหภูมิพื้นผิว ต่ำสุด-สูงสุด
/องศา C

Minimum/Maximum Surface Temperature
-148 °C
ค่าความสามารถสะท้อนแสงกลับ
Visual geometric albedo
0.44
บริเวณภูมิประเทศน่าสนใจ
(เท่าที่ค้นพบ)
Largest known surface feature
 
ส่วนประกอบของชั้นบรรยากาศ
Atmospheric components
Hydrogen 90% Helium 10 %
methane 0.07%
วัตถุดิบบนพื้นผิว
Surface materials
 
ดวงจันทร์ หรือดาวบริวาร /ดวง
Moon
63
   
รายชื่อดวงจันทร์ของดาวพฤหัส
1. Io
2. Europa
3. Ganymede
4. Callisto
5. Amalthea
6. Himalia
7. Elara
8. Pasiphae
9. Sinope
10. Lysithea
11. Carme
12. Ananke
13. Leda
14. Thebe
15. Adrastea
16. Metis
17. Callirrhoe
18. Themisto
19. Megaclite
20. Taygete
21. Chaldene
22. Harpalyke
23. Kalyke
24. Iocaste
25. Erinome
26. Isonoe
27. Praxidike
28. Autonoe
29. Thyone
30. Hermippe
31. Aitne
32. Eurydome
33. Euanthe
34. Euporie
35. Orthosie
36. Sponde
37. Kale
38. Pasithee
39. Hegemone
40. Mneme
41. Aoede
42. Thelxinoe
43. Arche
44. Kallichore
45. Helike
46. Carpo
47. Eukelade
48. Cyllene
49. Kore
50. S/2003 J2
51. S/2003 J3
52. S/2003 J4
53. S/2000 J11
54. S/2000 J5
55. S/2003 J9
56. S/2003 J10
57. S/2003 J12
58. S/2003 J15
59. S/2003 J16
60. S/2003 J17
61. S/2003 J18
62. S/2003 J19
63. S/2003 J23

 
 
Cloud patters
 
 
แสดงเส้นบรรยากาศสนามแม่เหล็ก ของดาวพฤหัส (Magnetic field lines)
 
 
 
โครงสร้างดาวพฤหัส และลักษณะพิเศษ

ภายในดาวพฤหัส มีลักษณะพิเศษมาก การสำรวจผ่านเข้าไปในกลุ่มเมฆหมอกที่
ลึกลงไปมาก ไม่ใช่รื่องง่ายนักที่นำมา วิเคราะห์สภาพแวดล้อมของโครงสร้างตาม
เงื่อนไขในห้องปฏิบัติการ

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเราใช้วิธี พิจารณาทางกายภาพ อาจจะพอมีความใกล้เคียง
จากชั้น Upper clouds (กลุ่มเมฆหมอกชั้นบน) ภายในมีความหนาแน่นของก๊าซ
อย่างสม่ำเสมอ ด้วยลักษณะทรงตัวนิ่ง ก่อให้เกิดความกดดันและอุณหภูมิสูง

ลักษณะดังกล่าว ยิ่งลึกลงทความกดดันเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆถึง 100 ล้านเท่า (เทียบ
กับความกดดันบนพื้นผิวโลก) สามารถวัดอุณหภูมิได้ 30,000 Kelvins ในกรณี
ตัวอย่างจาก Hydrogen มีความหนาแน่นประมาณ 4 กรัม ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
ทำให้มีโอกาสสร้างรูปแบบ Metallic (เกร็ดโลหะเล็กๆกระทบกัน)

เมื่อเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ 20,000 กิโลเมตร ภายในก็เหมือนมีก้อนหินเล็กๆทั้งหมด
บรรจุอยู่ภายใน แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดแจ้ง ลักษณะพื้นผิวกลุ่มเมฆหมอกดังกล่าว
แต่การแบ่งชั้นนั้น ค่อยๆสลับเปลี่ยนจาก ของเหลวไปเป็นก๊าซด้วยความกดดัน
จากใจกลางของ ดาวพฤหัส ออกมาด้านนอกสู่กลุ่มเมฆหมอกชั้นบน

แม้ว่าดาวพฤหัสมีขนาดใหญ่ แต่การหมุนรอบตัวเองน้อยกว่า 10 ชั่วโมง ความเร็ว
ดังกล่าว ทำให้บริเวณเส้นศูนย์สูตรตรงกลางโป่งตัวออก (Bulge) จึงเกิดการรวมตัว
โดยไม่คำนึงถึงลำดับชั้น (Combination) ด้ายความกดดัน ของ Metallic ด้านใน
ทำให้กำเนิดสนามแม่เหล็ก ออกมารอบๆดาวพฤหัส

เกิดเป็นรูปแบบม้วนตัวของเมฆหมอก (Cloud patters) บนดาวพฤหัส แถบของ
เมฆหมอก (Cloud bands) มีสีสว่างป็นวง สามารถมองเห็นได้ระยะไกล คือ Jets
(พุ่งพ่นออกมาเป็นลำ) เป็นการเกิดจาก กระแสลมพัดจากตะวันตก และลมตะวัน
ออกมาชนบรรจบกัน ทั่วไปเกิดขึ้นยาวนาน โดยไม่เปลี่ยนแปลงมากกว่า 100 ปี

กระแสลมดังกล่าวความเร็ว 50 เมตรต่อวินาทีแสดงรูปแบบที่ย้วยไปมาในแต่ละ
พื้นที่ การหมุนวนผสมผสาน แล้วสงบนิ่งภายใน 1-2 วัน ปรากฏการณ์เกิดขึ้นมี
ความแตกต่างกันด้วยการโค้งงอ การปั่นหมุน ความบางเบา ของเมฆ

การเปลี่ยนแปลงประกอบด้วยระยะเวลา ความเคลื่อนไหวจากการนำพาของความ
ร้อนจากหน่วยย่อยๆ (Convection cells) ที่เกิดขึ้นหลุดรอดออกมา จากภายใน
ของดาวพฤหัส และจากความร้อนของดวงอาทิตย์
 
 
Storm clouds (พายุเมฆ) มีความคล้ายคลึงกับพายุบนชั้นเมฆของโลก
บริเวณสีน้ำเงินแสดงเมฆชั้นต่ำ บริเวณขอบสีขาว สีชมพู เป็นเมฆชั้นสูง
ในกรอบสีขาว เป็นบริเวณเกิดพายุเมฆมีความเร็ว 300 ไมล์/ชม.
 
 
Jovian cloud model
 
 
Jovian cloud model รูปแบบเมฆของดาวพฤหัส

ระหว่างชั้นของดาวพฤหัสมีความหนามากนับ 10 ไมล์ของชั้น Upper cloud layer
(ชั้นสูง) และมีลักษณะ เหมือนหมอกทึบ ส่วนชั้น Heights in the lower cloud
layers (ชั้นผิวเหนือชั้นต่ำ) มีสีฟ้าใส กระจัดกระจายบางๆ โดยมีสีแดงเข้มอยู่ใน
ชั้นถัดลงมา และมีสีขาวผสมทั้งหนาและบาง ผุดขึ้นมาเป็นริ้วยาวตามแนวสลับ
สีน้ำเงินเข้ม ส่วนที่มีความสว่างจะเป็นพื้นที่ที่แห้ง

เมฆหมอกสีต่างๆเกิดขึ้นได้อย่างไร

แถบสีแต่ละช่วง Spectrum ของสีแดง สีเหลือง สีน้ำตาล สีน้ำเงินผสมกลมกลืน
กับสีขาว ด้วยเหตุก๊าซ Hydrogen และก๊าซ Helium เป็นตัวการส่วนผสมสำคัญ
ของบรรยากาศ ทำให้เกิดสีหลากหลาย

ด้วยคุณสมบัติเฉพาะจากธาตุสารประกอบเล็กๆทั้งหมด เช่น Sulfur และวัตถุดิบ
Organic (อินทรีย์เคมี) จะเห็นต่างกันจากแต่ละกรณีของ ระยะความสูงที่หนาแน่น
และอุณหภูมิ สีน้ำเงินแสดงถึงความลึก (Deepest levels) เป็นหลุมจากด้านบน
ลงไปและสีน้ำตาลแสดงถึงส่วนที่เหนือชั้นถัดขึ้นมา (Higher levels) มีเมฆสีขาว
ผสมผสานอยู่ด้านบนขึ้นมาอีก

สำหรับชั้น Higher levels รวมถึง Great Red Spot ด้วยขนาด Great Red Spot
ยาว 40,000 กิโลเมตร กว้าง 14,000 กิโลเมตร ความหนาเมฆหมอก 24 กิโลเมตร
เป็นลักษณะวังวน เหมือนสะดือทะเลขนาดใหญ่โตมหาศาล เรียกว่า Maelstrom
(ห้วงมหาภัย)

การไหลรวมกันในพื้นที่ใหญ่ ก่อให้เกิด วัฐจักรสภาพอากาศ ทุกๆ 6 ปี ด้วยการ
เปลี่ยนแปลงขนาด สีที่ต่างออกไป ยังมีการถกเถียงกันในกรณีนี้ว่า Great Red
Spot อาจเปลี่ยนแปลงด้วยเงื่อนไขทางเคมีจาก Phosporous (ส่วนประกอบของ
ฟอสฟอรัส) มีในบริเวณชั้น Upper clouds เกิดปฏิกิริยา Oxide

จากการนำพาความร้อน ภายในของดาวพฤหัสเอง แสง Ultraviolet ดวงอาทิตย์
ก็เป็นต้นเหตุทางเคมี แสดงการตอบสนองในเกิดการแตกตัว ของ Phosporous
ให้เกิดสีแดงในสภาพแวดล้อมบริเวณชั้น Upper clouds โดย มีส่วนน้อยของ
Organic (อินทรีย์เคมี) จึงไม่เห็นเป็นสีอื่น
 
 
Cloud bands
 
 
Ring disk
 
 
ลักษณะดวงจันทร์ขนาดเล็ก ของดาวพฤหัส
 
 
ดวงจันทร์ขนาดเล็ก บางดวงซ่อนตัวในวงแหวน
 
 
วงแหวนดาวพฤหัส

เดิมที่เดียว เรารู้ว่าดาวเสาร์มีวงแหวน การสำรวจใหม่หลายปี พบดาวพฤหัสแสดง
วงแหวนแบบแผ่นจาน (Ring disk) ลักษณะเลือนๆ เรียกว่า Three main parts
แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

1) Bright ring ความกว้าง 6,000 กิโลเมตร ห่างจากดาวพฤหัส 58,000 กิโลเมตร
2) Diffuse ring เป็นส่วนต่อด้านล่างของ Bright ring โดย Bright ring และ
    Diffuse ring ทับซ้อนกันเหมือนขนมชั้น ทั้งสองมีความหนา 30 กิโลเมตร
3) Halo เป็นลักษณะกลศาสตร์ี่เกิดระหว่าง 2 วงแหวนดังกล่าว มีความหนาราว
    20,000 กิโลเมตร

ทั้งหมดของวงแหวน หมุนโคจรรอบดาวพฤหัส ใช้เวลาเพียง 5-7 ชั่วโมงเพราะว่า
วงแหวนเป็นลักษณะเม็ดฝุ่นขนาดเล็ก เหมือนอนุภาคฝุ่นควันดำ มีส่วนประกอบ
Silicate ขนาดเล็กมาก จึงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และยังผลักดันกันออกนอกวง
โคจรสู่อวกาศด้วย

อนาคตของดาวพฤหัส

องค์ประกอบทั่วไป มีก๊าซ Hydrogen และก๊าซ Helium เป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นเป็น
ก๊าซ Methane ก๊าซ Ethane และ ก๊าซ Ammonia ผสมอยู่ด้วยเป็นส่วนน้อยโดย
ทั้งหมดรวมกัน เป็นพลังงานตอบสนอง จากระบบของดวงอาทิตย์ ซึ่งแสดงออกมา
เป็นความร้อน ตั้งแต่ครั้งก่อกำเนิดและการพัฒนาการมาเป็นระยะๆ

มีความเป็นไปได้ว่าอีกราว 10 ล้านปีข้างหน้า Gaseous (อากาศธาตุ หรือก๊าซที่
เป็นเชื้อเพลิง) ของดาวพฤหัสจากลดลง 10 เท่าจากจุดศูนย์กลาง (ขนาดปัจจุบัน)
โดยมวลจะยุบตัวลง ด้วยแรงแรงดึงดูดของตนเอง ขณะที่ยุบตัวลงตามลำดับเกิด
Frictional heat (การขัดสีกันด้วยความร้อน) เกิดอุณหภูมิสูงถึง 50,000 Kelvins
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างช้าๆ จากกลุ่มก๊าซหมอกของดาวพฤหัสที่จะนำความ
ร้อนออกสู่อวกาศ
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017