จับโกหก หินธิเบต Dzi
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Nov 25, 2007
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
    จับโกหก หินธิเบต Dzi
 
 

อดีตถึงปัจจุบันคงจำเรื่องเหล็กไหลได้ว่า ใครมีไว้ครอบครอง จะพ้นภัยพิบัติทั้งปวง เป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหา มีมูลค่าราคาคุย เป็นหลักร้อยล้าน สุดท้ายยังไม่มีใครได้
บางคนเสียเงินไปกลับได้ ปรอทมาก้อนเดียว

เช่นกันในขณะนี้ กระแสความนิยมเรื่องหิน แร่ เกิดขึ้นทำให้ Web จำนวนมากทั้ง
ไทยและต่างประเทศ สร้างความเชื่อ โดยอ้างอิงเหตุผลใน ด้านธรณีวิทยา ฟิสิกส์
ดาราศาสตร์ และด้านวิทยาศาสตร์ ด้วยความไม่เข้าใจ

จึงควรใช้วิจารณญาณด้วยเหตุผลที่เป็นจริง เพื่อการพิจารณาว่าตรงกับเจตนาที่ต้อง
การสะสมและซื้อหาหรือไม่ แต่หากเป็นความชอบส่วนตัว เป็นสิ่งที่กระทำได้โดย
ไม่จำเป็นต้องสนใจ กับเหตุผลที่อธิบายต่อไปนี้
 
   "...........................................หิน Dzi จาก ธิเบต มีพลังงานสูงมากเนื่องจากอยู่
    บนเทือกเขาหิมาลัยจึงมีเนื้อเหล็กมาก........................................................"
 
ตัวอย่าง Agates ที่พบใน เม็กซิโก
 
 
แถวบน Agates จากภูเขา Burugdi Mountain ในทะเลทราย Gobi
แถวล่าง Agates จาก Montana รัฐ Wyoming อเมริกา
Agates มีหลายชนิด หลายสี หลายลวดลาย ขึ้นอยู่กับแหล่งที่พบและพบได้ทุกทวีป
สูตรทางเคมีเหมือนกันหมดทั้งโลก เพราะเกิดจากซิลิก้ากับออกซิเจน
 
 
ตัวอย่าง Scottish Agates ที่พบใน สก็อตแลนด์
   
 
ข้อนี้ถ้าทำข้อสอบ ต้องถือว่าสอบตกแน่ ส่วนใหญ่แล้ว หิน Dzi ทำมาจากอะเก็ต
(Agate) คือ แร่ชนิดหนึ่ง ประเภทเดียวกับ ควอทซ์ สูตรทางเคมี ประกอบด้วย
SiO2 ซิลิก้ารวมตัวกับออกซิเจน ไม่มีส่วนประกอบของเหล็ก หากบอกว่ามีเนื้อ
เหล็กมากแสดงว่าไม่ได้ทำ จากอะเก็ต คงทำจากเหล็กมากกว่า

ขอแถมความเข้าใจเรื่อง เทือกเขาหิมาลัย อีกหน่อยว่า เกิดจากการชนของแผ่น
เปลือกโลกแล้วยกตัวสูงขึ้นจนเป็นเทือกเขา ในด้านธรณีวิทยา ได้พบฟอสซิล
สัตว์ทะเล เช่น เปลือกหอย บนเทือกเขาหิมาลัย เป็นหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นผืนของ
มหาสมุทรโบราณปกคลุม ไม่ใช่เกิดจากลักษณะของภูเขาไฟ

ส่วนอะเก็ต เกิดจากขบวนการพัฒนาการ จากภูเขาไฟ เท่านั้น จะพบได้ในบริเวณ
ทวีปอดีตที่เคยมี ภูเขาไฟส่วนใหญ่
 
    "...........หิน Dzi เป็นตัวนำสนามแม่เหล็กโลก ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์............."
 
ดวงอาทิตย์มีมวลมากกว่าโลก 1,300,000 เท่า ไม่ต้องใช้อะไรมานำสนามแม่เหล็กก็จะแย่อยู่
 
  ข้อนี้ก็ต้องบอกว่ากลัวจะไม่เชื่อ เลยอ้างปนกันทั้งโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์
ไม่ทราบว่าใช้ตำรารุ่นไหนกล่าว น้องๆที่เรียนวิทย์ คงทราบความจริงว่า พายุสุริยะ
พัดผ่านโลกเป็นตัวนำอนุภาคสนามแม่เหล็ก จากดวงอาทิตย์มุ่งปะทะโลกอย่าง
รุนแรงตลอดเวลา แต่ด้วยโลกมีสนามแม่เหล็ก จึงต่อต้านอนุภาคที่อันตรายเหล่า
นั้นจาก ดวงอาทิตย์ มนุษย์เราจึงอยู่รอดปลอดภัยมาทุกวันนี้

ส่วนบนดวงจันทร์ ไม่มีสนามแม่เหล็ก และขอบอกต่อว่าให้เอาหิน Dzi ทั้งภูเขาก็
ไม่สามารถดึงสนามแม่เหล็กได้ ลองพิจารณาสัดส่วน ด้านกายภาพ ขนาดโลก
ขนาดดวงอาทิตย์ และแนวป้องกันจากสนามแม่เหล็กโลก
 
   "……........…................................สนามพลังจาก หิน Dzi สามารถทำปฏิกิริยา
   กับฮีโมโกบิล จึงทำให้ปวดหัวเวลาสวมใส่..................................................."
 
ด้านซ้ายเป็นภาพถ่าย อะตอม มีพลังงานประจุไฟฟ้าในห้องทดลอง
ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ แต่ตามนุษย์มองไม่เห็นเนื่องจากมีขนาดเล็ก
 
 
ก่อนจะอธิบายขอถามก่อนว่าข้อนี้คิดได้อย่างไง เมื่อสวมใส่แล้วทำให้ปวดหัวแล้ว
ไปซื้อมาใส่กันทำไม ? ตกลงมีโทษหรือมีประโยชน์ รู้ล่ะว่าพยายามจะโม้ให้ดว่าู
เป็นของวิเศษ มีอิทธิพลต่อร่างกายของมนุษย์

สำหรับข้อนี้เกือบถูกแต่ก็มั่ว อย่างไรก็ต้องให้สอบตกอยู่ดี ขออธิบายอย่างย่อว่า
ระบบการเกิดพลังงานของหิน แร่ ที่เกิดจากภูเขาไฟนั้น มีอะตอมโมเลกุลจึงเกิด
ประจุุไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นหิน Dzi เท่านั้น

มนุษย์บางคนอาจมีความสามารถสัมผัสอนุภาคไฟฟ้าเหล่านั้นได้ โดยเฉพาะบริเวณ
ปลายประสาทที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ที่ท้อง บริเวณสมอง ไม่ใช่ฮีโมโกบิลหรือเม็ดเลือด
(ขอย้ำว่าไม่ใช่ทุกคน) และไม่เกี่ยวข้องกับการปลุกเสกใดๆเลย

แต่ถ้าเอาหิน Dzi ที่ไม่ใช่จากแร่ธรรมชาติแท้ ก็เหมือนเอาเศษจานข้าวเซรามิคมา
แขวนคอมีอนุภาคอะตอมที่น้อยนิด
 
   "..................................................บาง Web กลัวคนไม่เชื่อ ไปเอารูปแปลกๆ
   มาอ้างว่า เป็นสนามแม่เหล็ก...................................................................."
 
ภาพสนามแม่เหล็ก โดย Lawrence Berkeley National Laboratory
 
 
น้อยคนที่จะเห็นภาพสนามแม่เหล็ก ของสถาบัน Berkeley Lab ประเทศ อเมริกา
ค้นคว้าเรื่องสนามพลังงาน ที่เราไม่รู้จักรวมถึงพลังงานต่างๆ ของจักรวาลด้วยโดย
ใช้เครื่องมือที่ลงทุนนับหลายร้อยล้าน มีนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำมากมาย

โดยจะไม่อนุญาตให้ใช้ภาพและ Link เพื่อประโยชน์ด้านการค้า พ่อค้าบน Web
เลยหมดสิทธิ์และไม่รู้จักหน้าตาสนามแม่เหล็กเป็นอย่างไร ก็หาภาพแปลกๆที่เขียน
ด้วยโปรแกรม 3D มาลงประกอบ เรียกว่ามั่วกันสุดๆ ไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไรดี
 
 
ห้องปฎิบัติการของ Berkeley Lab
 
   "........................คุยว่า นักวิจัย พบหิน Dzi มีแร่ที่ตรงกับ บนดาวอังคาร 14 ชนิด
    ด้วยอุกกาบาตที่ตกลงบนเทือกเขาหิมาลัย................................................."
 
อุกกาบาต มี 3 ประเภท คือ หิน (Stony meteorites) เหล็ก (Iron meteorites) และหินปนเหล็ก
(Stony-Iron meteorites) ไม่ทราบแบบไหนที่อ้างว่าตรงกับ หิน Dzi ถึง 14 ชนิด
 
 
ข้อนี้ถูกเกือบ 100 % เพราะ หินแร่ในดาวเคราะห์หิน เช่น โลก ดวงจันทร์ และ
ดาวอังคาร คล้ายกัน เหตุถือกำเนิดมาจาก ดวงอาทิตย์ด้วยกันทั้งสิ้น

บนโลกพบแร่แล้วกว่า 4,000 ชนิด และแร่จากดาวเคราะห์อื่นๆ ที่เรารู้จักประมาณ
600-700 ชนิด ฉะนั้นมีโอกาสตรงกันอย่างแน่นอน ถ้าอ่านแล้วไม่คิดมากต้องได้
คะแนนเต็ม

แต่ที่สงสัยคือเมื่อ หิน Dzi ทำจากอะเก็ต ซึ่งมีส่วนประกอบของ ทรายหรือซิลิก้า
รวมตัวกับออกซิเจนเท่านั้น แล้วเอาอะไรมาบอกว่าตรงกันถึง 14 ชนิด

บนดาวอังคารมีออกซิเจนเพียง 2-3 % ส่วนบนโลก มีออกซิเจนมากกว่าตั้งหลาย
เท่า การเกิดของแร่ย่อมมีข้อแตกกันแน่ ถ้าอ้างว่าบางกรณี Oxidize จากธาตุอื่น
อยู่บ้าง ก็ต้องใช้ออกซิเจนอยู่ดี เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะมีแร่และส่วนประกอบของ
แร่ในรายละเอียดที่เหมือนกัน ระหว่างโลกและ ดาวอังคาร ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่

การขายหิน Dzi ชอบอ้างกันนักว่าเป็น อุกกาบาต ตกลงมาบนเทือกเขาหิมาลัย
จะบอกให้ ถ้าเป็นอุกกาบาตจริงแล้วคงไม่มาอยู่ ในมือพ่อค้าง่ายๆนัก เพราะว่า
ราคาจะแพงลิบลิว ที่กล่าวนั้นอาจมีความเป็นไปได้ว่าคือชิ้นส่วนของ ดาวตก
เล็กๆ หรือสะเก็ดดาวที่ตกลงสู่โลกตลอดเวลา แต่จะมีขนาดเพียง 0.5-2.00 มม.
ส่วนใหญ่ป็นประเภทเหล็ก ถ้าเป็นหินจะถูกเสียดสีไหม้ในชั้นบรรยากาศ

ข้อสำคัญไม่เคยมีรายงาน การตกของอุกกาบาต บนเทือกเขาหิมาลัยอย่างเป็น
ทางการเลย สุดท้ายข้อนี้ต้องให้สอบตก อย่างไม่ให้อภัยกัน
 
 
หินบนดาวอังคารได้รับ รังสีอุตตร้าไวโอเลทจากพายุสุริยะ ของดวงอาทิตย์ จึงทำลายโมเลกุล
อะตอมของไฮโดรเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำ ส่งผลด้านเคมีหินบนพื้นผิวดาวอังคารเกิด
สนิมเหล็ก
 
    "....................เพื่อให้เกิดความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น อ้างอิงค่าการวัด สนามแม่เหล็ก
    ระหว่างหิน Dzi กับแร่ควอทซ์ โดยแสดงค่า วัดเป็น วัตต์.....แถมโชว์ตัวเลข หิน Dzi
    มีค่าพลังงาน สูงกว่า.............................................................................."
 
ตารางตัวอย่าง ขนาดเป็นแร่ต่างกันแต่เป็นกลุ่ม ควอทซ์ เดียวกัน
 
 
ยิ่งอ่านคำชวนเชื่อยิ่งกลุ้มไปใหญ่ เขียนแบบแล้วแต่จะคิดเองจริง ข้อนี้ให้ตกไม่พอ
ต้องให้คะแนนติดลบอีกต่างหาก เพราะผิดทั้ง 2 กระทง Dzi นั้นทำจากอะเก็ตเป็น
กลุ่มเดียวกับควอทซ์ ไม่ว่าจะวัดอะไรแบบไหนตัวเลขต้องเท่ากัน

เพราะมีโครงสร้างเหมือนกัน เพราะทั้งสองอย่างคือของประเภทเดียวแต่เรียกชื่อ
ต่างกัน โดยหน้าตาต่างกันภายนอกเท่านั้น แต่เอาของอย่างเดียวกันมาวัดค่าแล้ว
บอกว่าไม่เท่ากัน ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ไม่ทราบว่าไปยืมเครื่องวัดช่างไฟที่ไหนมาวัด
แสดงค่าหน่วยเป็นวัตต์ ทางวิชาการค่าการวัดสนามแม่เหล็ก มีหน่วยวัดเป็น Gauss
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017