โครงการ Sunflower สำรวจอวกาศ : เรียงร้อย...รอยยิ้ม 3/3
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Dec 25, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
เรียงร้อย...รอยยิ้ม "วิทยสัมพันธ์" สู่ดาวล้านดวง [หน้าที่ 3/3]
 
ปูมดาราศาสตร์ ที่ โรงเรียนวิทยสัมพันธ์
 
 
บทนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ นักเรียนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับ โครงการ Sunflower
สำรวจอวกาศ ครั้งที่ 1 สามารถทบทวนความรู้ เป็นข้อมูลรายละเอียดประกอบ
จากการสังเกตการณ์จริง ในวันนั้น (22-23 ธันวาคม 2551)

ปูมดาราศาสตร์ของนักดาราศาสตร์: Astronomical Log Book

เรียกว่า Log book เปรียบเสมือน การจดบันทึกไดอารี่ ซึ่งเป็นการบันทึกเรื่องราว
ของวัตถุบนท้องฟ้า ในวันที่สังเกตการณ์ ทั้งนี้นักดาราศาสตร์ ต้องดูดาวเป็นประจำ
และดูเป็นจำนวนมาก อาจจำไม่ได้ ทุกคนจึงมีสมุดบันทึกจดรายงานไว้เป็นส่วนตัว

บางครั้งได้พบกลุ่มดาวใหม่ ก็เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มเติมให้ผู้อื่นได้ทราบ หรือบาง
ครั้งอาจเป็นดาวเคยดูไปแล้ว กลับมาดูอีกครั้งจะได้เปรียบเทียบว่า มีอะไรเปลี่ยน
แปลงไปหรือไม่ หากมีการเปลี่ยนไป จะได้สังเกตและติดตามเป็นพิเศษ

การศึกษาดาราศาสตร์ ต้องใช้เวลาติดตามการเปลี่ยนแปลงของดาว นานนับร้อยปี
การบันทึกลงในปูมดาราศาสตร์ จึงช่วยให้นักดาราศาสตร์รุ่นต่อๆไปได้เรียนรู้ง่าย
และรวดเร็วขึ้น

การบันทึกแบบ Log book จะต้องทราบและเรียนรู้ เข้าใจ ตั้งแต่ ค่าความสุกใส
ของดาว (Mag.) ระดับการมองเห็นในท้องฟ้า (Seeing) ระดับความโปร่งของ
ท้องฟ้า (Transparency) ปริมาณกลุ่มเมฆ หมอก ในชั้นบรรยากาศ (Cloud)
และชนิดเครื่องมือที่เราใช้สังเกตการณ์ดูดาว ว่าใช้แบบใด (Equipment) รวมทั้ง
ต้องบอก สถานที่ เวลาเริ่มต้น-เวลายุติของการสังเกตการณ์ ระดับความสูงของ
ตำแหน่งจากระดับน้ำทะเล และอุณหภูมิในคืนนั้น

พร้อมทั้งรายละเอียดชื่อวัตถุบนท้องฟ้า (Object / Name) ประเภท (Type) และ
การบรรยายรายละเอียดสิ่งที่เห็น (Description) ว่ามีลักษณะ รูปลักษณะสีสรร
เป็นอย่างไร ให้ผู้อ่านนึกมโนภาพตามได้ และยังต้องวาดรูปด้วยลายเส้น ประกอบ
ถึงตำแหน่งที่เห็นไว้ด้วย
 
 
สมุดจดบันทึก ปูมดาราศาสตร์
 
 
สมุดจดบันทึก ปูมดาราศาสตร์อีกแบบหนึ่ง
 
 
การบันทึกปูมดาราศาสตร์ ที่ โรงเรียนวิทยสัมพันธ์

จะบันทึกเฉพาะส่วน การบรรยายรายละเอียดสิ่งที่เห็น (Description) และแสดง
ข้อมูลสำคัญควรทราบ เพื่อให้ผู้ร่วมสังเกตการณ์ได้เข้าใจชัดเจนขึ้น โดยไม่ซับ
ซ้อนเกินไป ทั้งนี้เป็นคำอธิบายเชื่อมโยงกับ การบรรยายในห้องเรียนที่ผ่านมา
ของ SunflowerCosmos และการร่วมดูดาวในเหตุการณ์จริงวันนั้น
 
แผนที่สังเกตดาวเหนือ ที่ วิทยสัมพันธ์
สามารถใช้สังเกตได้ทุกวัน
 
 
ดาวเหนือ : Polaris the North Star

เป็นชื่อ ดาว ทุกคนคุ้นเคย เรียกว่า Polaris (ดาวโพลาริส) ก็ได้ เป็นความหมาย
บอกถึงขั้วโลกเหนือ โดยอยู่ในกลุ่มดาว Ursa Minor [อ่านว่า ER-suh- MY-ner]
หรือกลุ่มดาวหมีเล็ก

ข้อสำคัญดาวเหนือจะมีตำแหน่งเดิมในทุกวัน ทุกคนที่โรงเรียนสามารถมองไป
ยังจุดเดิมได้ ดาวเหนือจึงถูกนำมาใช้ในเรื่องการนำทาง เช่น การเดินเรือในทะเล
มหาสุมทร เพราะเราจะเห็นแต่ท้องฟ้าที่มแต่ีดาวและน้ำทะเล ดาวเหนือลอยอยู่
ตรงไหนก็แสดงว่าเป็นทิศเหนือ แล้วเราก็สามารถทราบทิศอื่นๆได้ต่อไป

ดาวเหนือ มีระยะทางห่างจากโลก 432 ปีแสง มีขนาดใหญ่กว่า ดวงอาทิตย์ ของ
เราประมาณ 48 เท่า มีความสว่างมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 2,612 เท่า เป็นลักษณะ
กำลังพัฒนาการดาว สู่จุดสิ้นอายุขัย เรียกว่า Red giants (ดาวยักษ์สีแดง)

วันที่เราสังเกตการณ์ คงจำได้ว่า เป็นดาวที่เรามองไปด้านหน้าของโรงเรียน (ฝั่ง
ด้านที่เป็นวัด) สามารถเห็นด้วยตาเปล่าแต่เล็กมาก เมื่อมองในกล้องก็ยังไม่ใหญ่
ทั้งๆที่มีขนาดเป็น 48 เท่าจากดวงอาทิตย์ เพราะอยู่ไกลจากเรามากทีเดียว

และคงจำได้ว่า ตอนในห้องบรรยายนั้น ทุกคนวาดภาพดวงอาทิตย์เปรียบเทียบ
กับโลกกันได้ทุกคน ว่าใหญ่เล็กกว่ากันเท่าใด ถ้าตอนนี้เราจะวาดภาพดาวเหนือ
กับโลกคงตอนใช้กระดาษแผ่นใหญ่ขึ้นอีกแน่

ถ้าเห็นภาพด้านล่างทุกคน ต้องตอบถูกว่า ดวงไหนคือดาวเหนือ ดวงไหนคือดวง
อาทิตย์ เพราะวันนั้นเราเห็นสีของดาวเหนือด้วย (และมองเห็นขนาดโลกเราไหม)
 
 
ดาวเหนือ ระบบการทำงานบนพื้นผิวไม่ต่างไปจากดาวอาทิตย์ของเรา
 
 
ดาวซิรีอุส : Sirius star

จำได้ว่าหลังจากทุกคนได้ดู บอกว่าสวยงามมาก และทำไมจึงมีแสงประกายหลาย
สี ความสุกสว่างมากกว่าดาวอื่นๆ บนท้องฟ้าในคืนนั้นที่เดียว

Sirius (ดาวซิรีอุส) เป็นชื่อของเทพเจ้ากรีก อยู่ในกลุ่มดาว Canis Major [อ่านว่า
CAN-iss-MAY-jer] หรือกลุ่มดาวสุนัขใหญ่ ห่างจากโลกของเรา 8.6 ปีแสง โดยมี
2 ดวง ซ้อนเหลื่อมกัน เมื่อมองจากพื้นโลก เห็นเหมือนรวมเป็นดวงเดียวกัน ซึ่งเป็น
ระบบ Binary star (ระบบดาวคู่)

การซ้อนเหลื่อมกัน เปรียบว่าเรายืนอยู่ที่ตึกใหม่ แล้วมองออกไปหน้าประตูทาง
เข้าโรงเรียน เห็นคนตัวโตกำลังเดินมาคนเดียว แต่พอเข้าใกล้เรากลับเห็นเป็น
2 คน โดยมีคนตัวเล็กเดินอยู่ด้านหลังคนตัวโต ทั้งนี้การคือการซ้อนเหลื่อมกัน
เช่นลักษณะของดาว Sirius และเป็นสิ่งที่พบเป็นจำนวนมากในจักรวาล ที่ดาวมัก
จะอยู่เป็นคู่ หรือ 3-4 ดวงขึ้นไปเกือบทั้งสิ้น มิใช่เพียงเฉพาะ Sirius เท่านั้น

เพราะฉะนั้น Sirius จึงมี 2 ดวง คือ A และ B แต่เราเห็นเพียงดวงเดียวในระยะไกล
โดย Sirius A ตำแหน่งอยู่ด้านหน้า มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 10,000 เท่า
ส่วน Sirius B ตำแหน่งซ้อนด้านหลัง ขนาดเท่าโลกแต่แรงโน้มถ่วงพื้นผิวมากกว่า
โลก 400,000 เท่า อุณหภูมิ 25,000 องศา C เป็นพัฒนาการสู่ White dwarf star
(ดาวแคระขาว)

จากเหตุที่ Sirius ซ้อนเหลื่อมกันเป็นเหตุให้มีความสว่างจัด เหมือนหลอดไฟซ้อน
กันอยู่ 2 ดวง โดยดวงหนึ่งสีขาวจัดอมฟ้า (Sirius A) อยู่ข้างหน้าดวงใหญ่มาก
อีกดวงก็สีขาวจัด (Sirius B) แม้ว่าจะเล็กกว่าแต่แรงเทียนสูงจึงจ้าแสบตา ทำให้
เป็นการเพิ่มความสว่างอีกหลายเท่า ดาว Sirius จึงถูกจัดเป็นดาว Brightest star (ดาวที่มีความสว่างโชติช่วง) เป็นอันดับ 2 รองจากดวงอาทิตย์ของเรา (ในกรณีที่
มองจากโลกออกไป)

ดังนั้นเราจึงเห็น Sirius มีประกายจ้า สุกสว่างจากเหตุผลดังกล่าว และเป็นดาวที่
ใกล้โลกด้วย ส่วนเมื่อมองด้วยกล้องดูดาว เราจะเห็นแฉกกระจายออกมารอบๆ
เพราะขณะที่แสงสะท้อนกัน แล้ววิ่งผ่านบรรยากาศมาสู่ตาเรา ต้องผ่านคลื่นในชั้น
บรรยากาศ แสงจึงกระเพื่อมยิ่งเกิดความงามและน่าหลงใหลมากเป็นพิเศษ
 
 
จำกันได้ไหมว่าดาวดวงที่ทุกคนชมว่าสวยมาก คือดาวอะไร เหมือนในรูปนี้หรือเปล่า หรือสวยกว่ารูป
 
 
ถ้าใช้กล้องแบบ X-ray จะเห็นชัดว่ามี 2 ดวง เพราะจะตัดแสงออกไปได้
 
 
การมองเข้าไประยะใกล้ จะพบว่าแท้จริงแล้ว ดาวทั้งสองก็อยู่ไกลกันมากเช่นกัน
 
 
กระจุกดาวลูกไก่ : Pleiades Star Cluster

ใครๆบอกว่า ดาวลูกไก่มี 7 ดวง ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะคนทั่วไปทั้งโลกเห็นด้วยตาเปล่า
เท่านั้นจริงๆ แต่ในคืนนั้นเราคงทราบแล้วว่า มีเป็นหลายร้อยดวงเลยทีเดียว เพราะ
เรามีโอกาสได้มองจากกล้องดูดาวขนาดใหญ่

การเรียกชื่อที่ถูกต้อง เราต้องใช้คำว่า กระจุกดาวลูกไก่ (เนื่องมีจำนวนมาก) ด้วย
มีลักษณะอยู่กันเป็น กลุ่มกระจุก (Star cluster) โดยไม่ใช่อยู่เพียงดวงเดียว

ในทางดาราศาสตร์ นิยมเรียก กระจุกดาวลูกไก่ว่า Pleiades (ไพลลาดีส) ส่วนชน
ชาติยุโรปมักเรียกว่า The Seven Sisters (ดาวเจ็ดพี่น้อง) และชาวญี่ปุ่นเรียกว่า
Subaru (ซูบารุ) ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับเพลงดังยุคหลายสิบปีมาแล้ว โดยกระจุกดาว
ลูกไก่ มักมีเรื่องราวในนิทานพื้นบ้านแต่ละชนชาติ แตกต่างกันไปจากครั้งโบราณ

กระจุกดาวลูกไก่ อยู่ในกลุ่มดาว Taurus [อ่านว่า TOR-us ] หรือ กลุ่มดาววัว
ห่างจากโลกของเรา 440 ปีแสง ในกลุ่มมีราว 400-500 ดวง สามารถมองเห็นด้วย
ตาเปล่าง่าย โดยเฉพาะในคืนนั้น ทุกคนมีความต้องการเห็น กระจุกดาวลูกไก่มาก จนแม้แต่คุณยายอายุ 80 ปี ก็ยังมานั่งรอคิวดูดาวลูกไก่กับพวกเราและได้ดูสมใจ

สำหรับดาวลูกไก่ ที่เราได้ดูร่วมกัน ในกล้องใหญ่ มองเห็นเข้าไปในใจกลาง ถึง
200 ดวง จนพวกเรามองไม่ออกเลย ว่ามีลูกไก่อยู่กี่ตัว แต่แน่นอนที่สุด ตั้งแต่คืน
นั้นเป็นต้นมา เราคงทราบแล้วว่า กระจุกดาวนั้น มีดาวอยู่มากมาย บางกระจุกมีดาว
นับล้านดวงเลยทีเดียว
 
 
ก่อนดูด้วยกล้องเราเห็น กระจุกดาวลูกไก่ เพียงไม่กี่ดวง
 
 
พอทุกคนได้ดูในกล้อง เห็นความหนาแน่นของ กระจุกดาวลูกไก่หลายเท่าตัว
 
 
กลุ่มเนบิวล่า ในหมู่ดาว นายพราน : Orion nebula

คำว่า Nenula (กลุ่มรังสีฝุ่นหมอก) คงไม่คุ้นมาก่อน สำหรับพวกเราในคืนนั้นโดย
ทั่วไปการจะเห็นสิ่งเหล่านี้ ค่อนข้างเป็นเรื่องยาก ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง
เช่น สภาพท้องฟ้าต้องสะอาดปราศจากฝุ่น ปราศจากแสงไฟ-เขม่าควันในบริเวณ
ตั้งกล้องดูดาว และต้องมีระยะไม่ไกลจากโลกจนเกินไป สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยดู
(แต่สำหรับนักดาราศาสตร์ มีความเชี่ยวชาญจะสังเกตเห็นได้) พร้อมทั้งต้องเป็น
กล้องประสิทธิภาพสูง

Orion nebula อยู่ในกลุ่มดาว Orion [อ่านว่า oh-RYE-un ] หรือกลุ่มดาวนายพราน
(กลุ่มดาวไถ) ห่างจากโลกของเรา 1,500 ปีแสง จัดอยู่ในประเภท Diffuse Nebula
เนบิวล่าแบบแพร่กระจาย

แม้ว่าจะบอกว่าเป็นกลุ่มรังสีฝุ่นหมอก เมื่อเราใช้กล้องดูเข้าไปก็จะเห็นจุดดาวเล็กๆ
ปะปนอยู่มาก โดยดาวเหล่านั้นได้ฟักตัว เกิดขึ้นภายในกลุ่มฝุ่นหมอกดังกล่าว
เพราะเป็นเสมือนวัตถุดิบเป็นแหล่ง การก่อตัวของดวงดาว บริเวณดังกล่าวเรามัก
พบดาวเกิดใหม่ ปีละ 1-2 ดวง

คงจำได้ว่า ทุกคนนอนลงราบกับพื้นสนาม ดูแสงเลเซอร์สีเขียวชี้พุ่งไปบนท้องฟ้า
ตำแหน่งที่จะหา กลุ่มดาวนายพรานเจอได้ ให้มองหาอะไรก่อน แล้วจึงมองถึงส่วน
ต่างๆ ตามมาทีหลัง จำได้หรือไม่ หาเข็มขัดนายพราน ดาว 3 ดวงก่อนไง ห้ามลืม
มิฉะนั้นเราจะหา ตัวนายพรานไม่เจอ ทั้งๆที่ตัวใหญ่เต็มท้องฟ้า
 
 
มองจากกล้อง เนบิวล่ากลุ่มดาวดาวนายพราน ในคืนนั้นเป็นภาพขาวดำ เช่นนี้ เหตุเพราะว่า ตามนุษย์
ไม่สามารถเห็นค่าของคลื่นแสงที่เป็นสี ระยะไกลได้ จึงเห็นสิ่งต่างๆบนท้องฟ้าสีขาวดำในสิ่งที่ไกลๆ
ยกเว้นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ เช่น ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ เป็นต้น เพราะใกล้
 
 
ในความเป็นจริง เนบิวล่ากลุ่มดาวนายพราน มีสีสันเช่นนี้ โดยใช้เทคนิคการถ่ายภาพ ภาพที่เห็นนี้
ถ่ายจากพื้นโลก ใช้เวลานับหลายชั่วโมง ด้วย การเปิดหน้ากล้องทิ้งไว้เพื่อบันทึกค่าแสงของสี
 
ทบทวนกลุ่มดาวนายพราน และ
เนบิวล่า ในกลุ่มดาวนายพราน
สามารถสังเกตกลุ่มดาวนายพราน
ระหว่าง
พฤศจิกายน-มกราคม
ช่วงค่ำทิศตะวันออก
ช่วงเช้ามืดทิศตะวันตก
 
   
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017