The Tunguska Deep Impact : ทังกัสก้า ปริศนาจากแดนไกล [หน้า 2/2]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Nov 26, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   ทังกัสก้า ปริศนาจากแดนไกล [หน้า 2/2]
 
 
น่าเชื่อว่า Tunguska event มีลักษณะปรากฎการณ์เช่นนี้ (จากข้อมูลการสำรวจใหม่)
 
 
จุดศูนย์กลางระเบิดกลางอากาศ (Epicentre) อาจมีระยะห่างจากจุดตกปะทะ ที่ Lake cheko
 
 
การเปิดเผย Tunguska event ข้อมูลสำรวจใหม่

จากภาพถ่ายที่มีในครั้งนั้น ได้สรุปผลว่าเกิด Electric discharge (การคายประุจุ
ไฟฟ้า) ของดาวหางขนาดเล็ก หรือ ดาวเคราะห์น้อย ด้วยเหตุผลว่ามีผลกระทบ
ทางกายภาพ โดยเปลี่ยนแปลงลักษณะวงกว้าง ด้วยความร้อนที่เผาไหม้ไปทั่ว
และบวกกับข้อมูลพยานที่เห็นเหตุการณ์ครั้งนั้น

ทั้งนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้สำรวจชั้นลึกลงไป 164 ฟุต ของ Lake Cheko เป็นจุด ตำแหน่งห่างจาก Epicenter (พื้นดินเหนือศูนย์กลางการสั่นสะเทือน) ไปทางตะวัน
ตกเฉียงเหนือ 8 กิโลเมตร วิเคราะห์ว่าเป็นจุดที่ตกชนปะทะของ อุกกาบาต หรือ
วัตถุอื่นใดๆ ที่เกิดขึ้นล้างผลาญ Tunguska event โดยภาพวิเคราะห์ 3D sonar
ก้นทะเลสาบแสดง รูปทรงปล่องกรวย (Funnel-shaped)

เชื่อว่าเกิดจากวัตถุชนปะทะและปลดปล่อยพลังกระแสไฟฟ้า การสำรวจพื้นที่โดย
ระบบตรวจจับแรงสะเทือน (Seismic detectors) พบความแน่นทึบ ด้านล่างของ ทะเลสาบโดยไม่พบว่ามีเศษซาก ของอุกกาบาต จากการสะท้อนกลับของการวัด
ซึ่งก่อนหน้านี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่พบสิ่งใดเช่นกัน
 
 
ภาพวิเคราะห์ 3D sonar ของ Lake Cheko
 
 
Lake Cheko สภาพจริงในปัจจุบัน
 
 
สามารถเพียงทราบถึงรูปทรงของ ปล่องหลุมทะเลสาบ จากการปะทะแบบ Low-
velocity (อัตราความเร็วต่ำ) ความเห็นบางอย่าง ทางกายภาพยังมีความสงสัยถึุง
ขนาดที่เล็กของปากปล่องหลุม Lake Cheko เพราะโดยทั่วไปปล่องหลุม การชน ปะทะมักมีขนาดใหญ่มีอำนาจพลังงานเจาะลึกกว่า นับว่าเป็นเรื่องประหลาดทำไม
จึงไม่มีการพบเศษซากใดๆ มีความสัมพันธ์กับปล่องหลุม

แต่นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่ม ให้ความเห็นว่า ในปี ค.ศ. 1947 อุกกาบาต Sikhote-
Alin หนัก 24 ตัน ชนปะทะพื้นที่ในประเทศ Russian เกิดร่องรอยกว่า 100 หลุม
และบางหลุมกว้างเพียง 20 เมตร และใน ประเทศ Poland ก็มีกรณีเกิดขึ้นเช่นกัน

จึงเป็นการอธิบายเหตุผล ว่าเป็นไปได้อุกกาบาตขนาดใหญ่ สามารถให้เกิดปล่อง
หลุมขนาดเล็กได้ โดยมีชิ้นส่วนที่แตกออกพุ่งลงไปตามยถากรรม ซึ่งขุดขึ้นมา
พิสูจน์ได้

การกลับไปสำรวจใหม่ โดยวางแผนขุดเจาะบริเวณส่วนก้นทะเลสาบ Lake Cheko
หวังว่าจะพบ ชิ้นส่วนอุกกาบาต บริเวณแหล่งที่คายประจุ การแสดงความหนาแน่น
ก้นทะเลสาบ เป็นสัญญานของค่าประกายประจุไฟฟ้า (Electric arc) หลงเหลือ
ในหลุมบ่อซึ่งก่อให้เกิด Fused sands (การหลอมละลายของเม็ดทรายหรือดิน)
ที่มีลักษณะคล้ายเป็น Fulgurite (การรวมตัวคล้ายหลอด ทรงกระบอกเรียวยาว
ของหินเกิดจาก ฟ้าผ่าทำให้ไฟฟ้าผ่านหลอมละลายจนแห้งแข็ง)
 
 
กรณีตัวอย่าง Russian Sikhote-Alin meteorite มีหลุมที่เล็ก 20 เมตร
 
 
Fulgurite
 
 
ปรากฎการณ์แม้ผ่านมา 100 ปีเศษ ความคืบหน้าจากการสอบสวนสภาพแวดล้อม
ได้คืบหน้าขึ้น ด้วยมีการประชุมข้อสรุปในทุกๆปี จากหลักฐานที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ
เพื่อความเข้าใจและหาวิธีการป้องกันต่อมวลมนุษย์ในอนาคต

หากสามารถค้นพบ Extraterrestrial rock (ชิ้นหินจากนอกโลก) ได้ในพื้นที่ของ
Tunguska event จะทราบว่า สิ่งนั้นมาจากไหนกัน มาจากแดนใกล้ หรือแดนไกล
เพราะขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ ยังไม่มีฐานข้อมูลที่สมบูรณ์เพื่อวิเคราะห์ได้
 
 
 
ซากต้นไม้ ที่เสียหายเมื่อ 100 ปีที่แล้วยังหลงเหลืออยู่
 
 
วงแหวนต้นไม้ ภายหลัง ค.ศ. 1908 มีสภาพผิดปกติโดยมีจุดดำเกิดขึ้นมาตลอด 100 ปี
 
 
ประมวลภาพ พื้นที่ Tunguska event ในวันนี้ จากทีมสำรวจ
 
 
พื้นที่ Churgim creek ใกล้จุดศูนย์กลางระเบิดกลางอากาศ (Epicentre)
หมายเหตุ : แผ่นสีขาวเหนือผิวน้ำคือ น้ำแข็ง
 
 
Khushma river บริเวณพื้นที่ Tunguska event
 
 
กระรอก อาศัยในเขต Tunguska event
 
 
หมอกลงบริเวณพื้นที่ Taiga เขต Tunguska event
 
 
อนุสาวรีย์ Tunguska event บริเวณจุดเกิดเหตุ
 
 
 
References:

Cornell University
NASA's Ames Research Center
Planetary scientist at the Space Science Institute
University of Bologna
Andrei Ol'khovatov
 
   
 
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017