Bayer Stellar : บันทึก-ลับ-ข้ามจักรวาล
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Last update : Mar 15, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0


Non-profit organization
 
 
 
 
 
นิทานเล่าขานเรื่อง ท่องจักรวาล ด้วยญานวิเศษเดินทางไปชั่วพริบตาเดียวถึง
จุดหมายปลายทาง ไม่ใช่เป็นเรื่่องที่ใครก็ทำได้ เพราะแม้แต่กาแล็คซี่เก่าแก่
มีสิ่งทรงปัญญารุ่นดึกดำบรรพ์ดำรงชีพอยู่ ยังไม่สามารถยั่งรู้ได้ในความกว้่าง
ใหญ่ไพศาลของจักรวาลได้หมด แต่ละเวลาที่ผ่านไปจักรวาลขยายพื้นที่เปลี่ยน
แปลงไปอย่างไม่สิ้นสุด เพียงชั่วข้ามคืนหลายอย่างไม่เหมือนเดิมแล้ว

จักรวาลไม่ได้มีผู้วิเศษเนรมิตอะไรตามใจได้ ความเข้าใจของประชากรในกลุ่ม
ระบบดาวเคราะห์เกิดใหม่เข้าใจผิดเสมอมา เมื่อพบเห็นความแปลกจากเดิมที่เคย
เห็นอาจเข้าใจเป็นความพิเศษน่าทึ่ง ทั้งๆความจริงเป็นเรื่องปกติของที่นั่น

Jewel Box Stars Cluster อาจเป็นตัวอย่างอีกแห่งหนึ่งที่ใครก็ตาม พบเห็นแล้ว
มีความประหลาดใจของปรากฎการณ์ เพราะมีทั้งความสวยงามดังเทพนิยายและ
แฝงไปด้วยความน่าสพึงกลัว

กลุ่มดาว Crux (กางเขนใต้) เป็นตำแหน่งที่ตั้งของ กลุ่มดาวเปิด (Open cluster)
ชื่อ Jewel Box ในความหมายดังกล่าวของมนุษย์โลก มองว่า ดาวที่ระยิบระยับ
ของ Jewel Box มีความงามดุจอัญมณีหลากหลายสีสรร คล้ายกับถูกเก็บไว้ใส่ไว้
กล่องยกย่องให้นึกถึงคุณค่าแห่งเพชรพลอย และมนุษย์เคารพบูชาเพื่อยึดครอง
เป็นสมบัติแห่งตน ท่ามกลางความเจ็บปวด และการล้มตายอย่างไร้ประโยชน์
ซึ่งดาวอื่น มีสิ่งเดียวกันอยู่มากมายแต่กลับไร้ค่าไม่น่าสนใจ

Jewel Box หรือ Kappa Crucis เป็นชื่อเรียกขานบนโลก ส่วนในทางดาราศาสตร์
คือ NGC 4755 มีขนาดกว้่างเพียง 20 ปีแสง มีระบบดาวราว 100 ดวง ห่างจากโลก
มนุษย์ 7,500 ปีแสง
 
 
 
บันทึก-ลับ ข้ามจักรวาล ของ Bayer Stellar ให้เหตุผลมุ่งหน้าสู่ Jewel Box เพราะ
มีข้อสงสัยบางอย่าง ภายหลังจากเคยเข้ามาเยือนโลก หลักฐานวัฒนธรรมของ
อีจิปต์แสดงความสัมพันธ์กับ Jewel Box อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะการวางแผนก่อ
สร้าง Great Pyramids (มหาปิรามิด) หรือปิรามิดแห่งกิซ่า บรรจุพระศพกษัตริย์
โบราณ 3 พระองค์

การก่อสร้างดังกล่าว เจตนาให้ยอดมหาปิรามิด มีมุมตั้งตรงสัมผัสกับแสงจากดาว
ในระบบของ Jewel Box ลักษณะดังกล่าว มีความพยายามสูงมากของมนุษย์ตัว
เล็กเพียรสร้างวัตถุขนาดใหญ่เช่นนั้น

หากวัดมุมจักรวาล ยอดแหลมพุ่งชี้เป้าไปยังระบบดาว BS Cru ของ Jewel Box
มากที่สุด แม้ว่าบริเวณทั้งหมดมีดาวราว 100 ดวง และมี 18 ดวง เป็นระบบหลัก

BS Cru เป็นดาวระบบหลักใน 18 ดวงนั้นด้วย ใช้ชื่อว่า Beta Cepheid variable
Star / GSC 8989:2321 / T 8989:2321:1 เป็นดาวแปรแสงสีฟ้า-ขาว ซึ่งกำเนิด
ใหม่มาราว 10 พันล้านปี ก่อนหน้าระบบสุริยะ 5 พันล้านปี

พิจารณาจากความจริง BS Cru มีความสว่างน้อยกว่าดาวอื่นๆ เพราะขนาดเล็กกว่า
เมื่อมนุษย์มองจากโลกขึ้นไปยังท้องฟ้า หากไม่ใช้เครื่องมือส่องขยายแทบไม่เห็น
ยุคอีจิปต์ ทราบได้อย่างไร จึงเน้นชี้เป้าไปยังดาวดวงนี้ หรือเป็นเพียงความบังเอิญ
 
 
 
 
 
การเข้าสู่ระบบดาวกลุ่มนี้ ผ่านมิติเป็นไปด้วยความราบรื่น และไม่มีอุปสรรคใดๆ
Asteroid Spaceship ของ Bayer Stellar โคจรอ้อมจากด้านขั้วใต้ เริ่มต้นจาก
ภายนอกของดาวในระบบ Beta Cepheid ความแปลกประหลาดแสดงให้เห็นว่า

บรรยากาศมี 2 แบบ ด้านใต้เลยแนวศูนย์สูตรขึ้นไปสีน้ำตาลเข้ม ส่วนขั้วเหนือ
สีน้ำเงินเข้ม รายรอบเต็มไปด้วยดาวหลากสีเหมือนอัญมณี มีสมญานามเหมาะสม
กับชื่อ Jewel Box

Bayer Stellar รับรู้ได้ว่าสนามแรงโน้มถ่วงระบบดาว BS Cru เกาะเกี่ยวยึดเนี่ยว
กันกับระบบดาว BT Cru และ BW Cru อย่างแข็งแกร่ง เหมือนญาติสนิท

อันนี้กะมังเป็นศักยภาพรวมกัน แผ่อิทธิพลไปยังดวงอื่นๆได้ แบบยกกำลังสาม
เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน พบการยึดเนี่ยวดังลูกโซ่กันทั้ง 18 ระบบ ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น

ขั้วเหนือระบบดาว BS Cru มีภูเขาใหญ่สีน้ำตาล เช่นดาวเคราะห์อื่น ผิวราบเรียบ
รูปทรงภูเขาใหญ่เห็นชัดเพราะพื้นผิวตกผนึกจากแร่ รับแสงสะท้อนจากดาวอื่น
พื้นชายหาดปกคลุมด้วยทรายสีดำ มองเห็นหลุมบ่อริ้วรอย จากแสงดาวสีลูกกวาด
ตัดกับพื้นสีน้ำเข้มของขอบฟ้า

มหาสุมทรสีดำผิวเงาเป็นมันวาว เป็นลักษณะของสารปรอทดำ มองเห็นคล้ายคลื่น
แต่มหาสมุทรนั้นนิ่งสงบ แสงสะท้อนอีกเช่นกัน สร้างเงาให้เกิดเหมือนคลื่นซัด

หมู่ผีเสื้ออนุภาคไฟฟ้าสารเรืองแสง (Luciferin) ตัวใหญ่เกือบเท่ากับ Asteroid
Spaceship บินว่อนเหนือ มหาสุมทรปรอทดำ แต่ละตัวของผีเสื้อเรืองแสงสีฟ้า
ออกมาตัดกับบรรยากาศมืดสลัว ยิ่งทำให้งดงามเหมือนเทพนิยาย
 
 
 
 
เหนือพื้นมหาสุมทรสารปรอทดำ เรือใบผลึกแก้วขุ่นลอยนิ่งอยู่ คือ ระบบสำหรับ
ขนย้ายและเดินทางของสิ่งทรงปัญญาระบบดาว BS Cru โดยอาศัยพลังงานจาก
หมู่ผีเสื้ออนุภาคไฟฟ้าเรืองแสง เช่น การใช้ม้าเทียมรถม้าบนโลกมนุษย์

ระบบทำงาน ของเรือใบผลึกแก้วขุ่น เกิดขึ้นเมื่อหมู่ผีเสื้อสะท้อนรังสีของตนออก
มาปะทะกับสารปรอทดำบนพื้นมหาสุมทร สารปรอทดำจะสร้างปฎิกิริยาดึงดูดกับ
ผลึกแก้วขุ่น ไปตามแนวล่องของการสะท้อนรังสี และเคลื่อนตัวออกไปตามทิศ
ทางนั้น สำหรับการกำหนดทิศทาง ถูกสั่งการจากสิ่งทรงปัญญาที่โดยสารอยู่บน
เรือใบด้วยการส่งสัญญานคลื่นไฟฟ้า ไปสู่หมู่ผีเสื้ออีกทอดหนึ่ง

นับเป็นดาวที่ใช้ระบบคลื่นและรังสีได้อย่างมีศักยภาพ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด
ที่อื่นๆของจักรวาลก็สามารถใช้ระบบนี้ได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม

แม้แต่บนโลกมนุษย์ ยังสามารถประดิษฐ์เครื่องมือที่ใช้ลำแสงควบคุมและสั่งการ
ต่อสิ่งต่างๆใช้ในชีวิตประจำวันมากมาย เพียงแต่ระบบของ BS Cru เอื้อให้เกิดขึ้น
จากระบบธรรมชาติโดยแท้จริง จากความลงตัวของธาตุและสารประกอบแห่งดาว
โดยเฉพาะไส้แกนดาวนี้ มิได้มีสนามแม่เหล็กเช่นโลก แต่มีสนามรังสีเข้มข้นอยู่
ใจกลาง จากการยึดเนี่ยวทั้งระบบของดาวทั้ง 18 ระบบเป็นหนึ่งเดียว ได้ร่วมกัน
สร้างมาตั้งแต่การก่อตัวของหมู่ดาวนี้เมื่อ 10 พันล้านปีที่แล้ว
 
 
 
ความเป็นเทพนิยายหายไปทันที เมื่อ Asteroid Spaceship ของ Bayer Stellar
มุ่งหน้าจากขั้วเหนือ บรรยากาศสีน้ำเงิน ปราศจากเมฆและลม ผ่านแนวเขตเส้น
ศูนยสูตร์สู่ขั้วใต้ของดาว พบความมืดดำกลุ่มหมอกดำบนท้องฟ้า แต่มีความกดดัน
ให้มวลต่างๆถูกดึงลงมาทับถมกันดำทะมึ่น ตามแนวหินผาสีน้ำตาลแข็ง

Bayer Stellar ลงไปสำรวจพื้นผิวดาวดวงนี้อย่างเปิดเผย เพราะเป็นดาวมีระบบ
เป็นมิตรต่อผู้เยี่ยมเยียนทุกกลุ่ม ไม่มีกองทัพ ไม่มีระบบต่อต้านและไม่รุกรานผู้ใด

ตามระหว่างแนวหินผา มองเห็นช่องหินเป็นรูปหน้่าเรียงเป็นทิวเหมือนที่อยู่อาศัย
ยุคโบราณของโลกมนุษ์เช่น Petra (นครหินเปตรา) แม้ว่านครเปตราจะดูสวยงาม
กว่าที่นี่ก็ตาม แต่แนวคิดตรงกันได้อย่างไร

เบื้องหน้่าของแนวผา แท่งหินใหญ่ปลายแหลม ถูกวางทิ้งไว้คือเสา Obelisks
เช่นของ พระนาง Hatshepsut (ฟาโรห์หญิง) ผู้ทรงอำนาจยุคโบราณอีจิปต์สร้าง
ไว้บนโลก พร้อมกับวิหาร Temple of Hatshepsut เป็นอีกแห่งเหมือนกับที่นี่

เสา Obelisks เป็นสัญญลักษณ์สำคัญมาก ต่อการเชื่อมโยงสัญญานแดนไกล
ข้ามจักรวาล ไม่ได้มีเฉพาะอีจิปต์โบราณเท่านั้น ยุคใหม่ถัดมามนุษย์บางคนเริ่ม
รู้วิธีการนี้จัดสร้างด้วยความคิดลึกๆไม่ประสงค์เปิดเผยต่อสาธารณะชนทั่วไป

ความเกี่ยวข้องระหว่าง ระบบดาว BS Cru แห่ง Jewel Box Stars Cluster กับ
โลกมนุษย์แสดงหลักฐานค่อนข้างชัดมาก ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับอีจิปต์โบราณ
นครหินเปตรา จวบจนวันนี้

สิ่งทรงปัญญาบนดาวนี้ มีลักษณะเป็นแผ่นๆ คล้ายๆแผ่นหินสีเข้มๆ ไม่ได้มีรูปร่าง
หน้าตาดังเช่นมนุษย์ ไม่มีจมูก ไม่ตา ไม่มีหู แต่รับรู้สัมผัสได้จากคลื่นรอบๆตน
ระยะไกล ระบบดำรงชีพซึบซับอะตอมไฟฟ้าในบรรยากาศเท่านั้น ไม่มีบ้านเรือน
ไม่มีต้นไม้ แต่มีผีเสื้อเรืองแสง

ระบบการอาศัย จะอยู่ในช่องหน้าผาคล้ายหน้าต่าง โดยมีเวลาพักผ่อน หลับนอน
วีธีการคือ เมื่อต้องการพักผ่อนตนเองจะแนบเข้าไปในผนังถ้ำ กลมกลืนเป็นเนื้อ
เดียวกับถ้ำ เมื่อตื่นขึ้นก็จะแยกตนออกมาจากผนังถ้ำอย่างปกติ

จึงเป็นกลุ่มสิ่งทรงปัญญา มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างหินธรรมชาติมากที่สุดใน
แถบดาราจักรทางช้างเผือก ชอบเข้าไปมีบทบาท ทางธรรมชาติบนดาวเคราะห์
ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัย หรือสิ่งทรงปัญญาใหม่ๆรุ่นหลังกว่าตน เช่นโลก

ข้อวินิจฉัยในบันทึก-ลับ ข้ามจักรวาล ของ Bayer Stellarกล่าวไว้อย่างมั่นคงว่า
มีการเชื่อมโยงสัญญานอย่างกว้าง ของ Jewel Box ยุคชาวเปอร์เซียโบราณด้วย

ปัจจุบันเสา Obelisks มิได้เจาะเพียงมุ่งสัญญานไปยัง Jewel Box แห่งเดียวกัน
เพียงแต่ Jewel Box เป็นต้นแบบที่สมบูรณ์ ต่อการเชื่อมโยงด้วยแท่งหินมาช้านาน
การเลียนแบบสร้างเสา Obelisks สามารถรับสัญญานจากกาแล็คซี่หรือดาวอื่นๆ
ได้เช่นกัน

เพราะฉะนั้นผู้ใดหรือสิ่งทรงปัญญาใดก็ตาม มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Jewel Box Stars
Cluster จะให้ความสำคัญกับอาระธรรมเก่าแก่ มุ่งมั่นเดินทางแสวงหาสิ่งลึกลับ
อนุรักษ์ความสวยงามแห่งธรรมชาติ จิตใจอารี รักสงบ น้อมรับความเห็นของผู้อื่น
 
 

 

 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017