Milkomeda Galaxy : วันสะท้านจักรวาล
    Since : January 23, 2007                                                                                                                              Latest update : March 1, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
    Milkomeda Galaxy : วันสะท้านจักรวาล
 
 
 
กาแล็คซี่ขนาดใหญ่จำนวนมาก อย่างน้อยครึ่งหนึ่งใน จักรวาล เกิดขึ้นได้เพราะ
ชนปะทะแล้วเข้ารวมกัน กับกาแล็คซี่อื่น ที่ผ่านมาตลอด 2-5 พันล้านปี

ความรู้ด้านจักรวาลวิทยานั้น เราคิดว่า กาแล็คซี่ขนาดใหญ่ มีอำนาจและอิทธิพล สามารถพัฒนาการรวมตัวกันมากกว่า ที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว

อย่างไรก็ตาม มีความยุ่งยาก ไม่แน่นอนในทางทฤษฎี ของกาแล็คซี่ขนาดใหญ่
เก่าแก่ที่ผ่านมา เรื่องระยะเวลาการรวมตัวกัน หลังจากการเกิดของ Big Bang

จากการศึกษาพบว่า กาแล็คซี่ที่หนาแน่นทั่วไป เป็นรูปแบบจากการรวมตัวซึ่งเกิด
ขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ลำบากที่จะตรวจสอบเนื่องจากมีความสลัว มืดจากระยะไกล
 
 
แผนที่บริเวณ กาแล็คซี่เพื่อนบ้าน (Local universe)
   
 
กาแล็คซี่เพื่อนบ้าน

Milky Way Galaxy ที่เราอาศัยอยู่ มีระยะทางห่างจาก Andromeda Galaxy โดย
ประมาณ 2,400,000 ปีแสง ในอาณาเขตนี้ เรียกว่า Local group galaxy หรือ
กลุ่มกาแล็คซี่เพื่อนบ้าน ประกอบด้วย กาแล็คซี่ต่างๆอยู่รวมกันประมาณ 40 แห่ง
ในรัศมี 3.26 ล้านปีแสง ด้วยในเงื่อนไข มีแรงดึงดูด เกาะกัน ผูกมัดเชื่อมโยงกัน

ทั้งสองกาแล็คซี่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกลุ่ม โดย Milky Way Galaxy มีขนาดกว้าง
120,000 ปีแสง และ Andromeda Galaxy มีขนาดกว้าง 150,0000 ปีแสง

แต่ละกาแล็คซี่มี ดาว อยู่จำนวนมากนับหลายพันล้านดวง ทั้งนี้กาแล็คซี่มิได้อยู่
นิ่งเฉย มีการเคลื่อนตัวและการขยายตัวอยู่ตลอดเวลา จากการตรวจสอบล่าสุด
พบว่ามีความเร็ว พุ่งเข้าหากัน 190,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
 
Milky Way Galaxy
 
 
Andromeda Galaxy
 
 
Tails คือลักษณะ แสดงแผ่หางฟุ้งยาวออกมา
ในความจริงมีขนาดใหญ่ยาวนับร้อยปีแสง
 
 
การเฝ้ามองแรงดึงดูด (กระเพื่อมแบบน้ำขึ้นน้ำลง) ระหว่างกาแล็คซี่ 126 แห่ง
มีตำแหน่งใกล้กับ ทางช้างเผือกและกาแล็คซี่เพื่อนบ้าน (Local universe) พบว่า
53% แสดงแผ่หางฟุ้งยาวออกมา (Tails) เป็นการขยายตัวแผ่กว้างของตำแหน่ง
ดาวยังชัดแจ้งด้วยอีกประการ เป็นนัยที่บอกถึงแนวโน้มการปะทะกัน

เป็นเรื่องปกติ ในสนามยิ่งใหญ่ของจักรวาล ที่ไม่การแบ่งขอบเขต โดยข้อสำคัญ
จะต้องเกิดการชนปะทะกันได้ หลังจากนั้น วิธีการรวมตัวถัดไป เป็นไปตามแต่ละ
กรณีที่หลากหลาย ผลภายในกาแล็คซี่ จะทราบก็ต่อเมื่อเกิดการชนกันแล้ว

ผลกระทบการชน ส่งผลต่อดาวเป็นจำนวนมากนับไม่ถ้วน จากการ เปลี่ยนรูปทรง
ของกาแล็คซี่ ขณะนี้เรายังไม่เข้าใจ ยังสงสัยเรื่อง เมื่อรวมตัวกันของกาแล็คซี่แล้ว
ทำไมจึงไม่ช่วยให้เพิ่ม การกำเนิดดวงดาว

เหตุการชนปะทะ มีความเป็นไปได้ อาจเป็นเพราะ หลุมดำ ขนาดใหญ่ใจกลาง
กาแล็คซี่ มีผลขับไล่พลังงาน ความร้อนของก๊าซทำให้สภาพบรรยากาศเปลี่ยน
แปลงอุ่นขึ้น ทำให้ยากต่อระบบการเกิดดาวใหม่
 
 
ลักษณะการชนปะทะแล้วรวมตัวกันของ 2 กาแล็คซี่
 
 
ข้อมูลการชนปะทะระหว่างกาแล็คซี่

เกิดขึ้นด้วยความแตกต่างในแต่ละกรณี ซึ่งอาจไม่เหมือนกันโดยมีลำดับขั้นตอน
โดยสังเขปดังนี้

A-B กาแล็คซี่เข้าชนปะทะเริ่มรวมตัว แต่มีพลังงานกระเพื่อมของแรงโน้มถ่วงยัง
แสดงการผลักดันกันจากดาว ที่มียังกระจัดกระจาย แผ่กว้างออกไป 100-1,000
ปีแสงในอวกาศ

C-D เริ่มการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว เกิดกาแล็คซี่ที่ใหญ่ขึ้นความรุนแรงของพลัง
งานผ่านพ้นไป พลังงานกระเพื่อมของแรงโน้มถ่วง เริ่มเสถียรและนิ่งขึ้นด้วยล้อม
รอบไปทั่วกาแล็คซี่ใหม่

ด้วยการเกิดดังกล่าว ใช้เวลาที่ยาวนานมากนับหลายพันปี เช่น
 
 
NGC 4676 Colliding Galaxies (กาแล็คซี่กำลังปะทะกัน)
 
 
NGC 4676

การผลักเข้าหากันของ 2 กาแล็คซี่ แสดง The Mice (เหมือนหางหนู) ยาวออก
ของประเภท Spiral galaxy (กาแล็คซี่แบบกังหัน) เชื่อว่าเป็นการชนปะทะหลาย
ครั้งซ้ำไปซ้ำมา จนเกาะรวมเข้าด้วยกัน

ลักษณะหางยาวฟุ้งที่เกิด เป็นการผลักดันกัน มีความแตกต่างของแรงโน้มถ่วง
(Gravitational pulls) ที่ใกล้และไกลแต่ละกาแล็คซี่ จากขนาดใหญ่ ห่างไกลกัน
มากนับหลายร้อยปีแสง ทำให้ต้องใช้เวลาเคลื่อนตัวช้าๆ ครอบคลุมทั้งพื้น ที่ของ
อวกาศ ใช้เวลา มากกว่า 1,000 ล้านปี โดยมีระยะห่างจากโลก 300 ล้านปีแสง
และขณะนี้ถือว่า ยังอยู่ในช่วงเวลาการชนปะทะ
 
 
NGC 1316 After Galaxies Collide (กาแล็คซี่หลังการชนปะทะ)
 
 
NGC 1316

การแสดงกลุ่มก๊าซและหมอก ปนกันอย่างยุ่งเหยิง เหมือนเขย่ารวมกันของดาว
เป็นประเภท Elliptical galaxy (กาแล็คซี่แบบผิดปกติ) รวมถึงฝุ่นหมอกดำมืดเป็น
ลายเส้น ฝุ่นหมอกดังกล่าวที่เป็นลักษณะนั้น เรามักพบ ใน Spiral galaxy (กาแล็ค
ซี่แบบกังหัน) นอกจากนั้นภายในยังพบ Globular clusters (กระจุกดาวทรงกลม) เป็นกลุ่มดาวมวลน้อยอยู่ใกล้ชิดกันบริเวณใจกลาง

เชื่อว่าเป็นการเกิดขึ้น ด้วยการชนปะทะรวมตัว ของกาแล็คซี่ได้สัมฤทธิ์ผลสมบูรณ์
แล้วไม่น้อยกว่า 1 พันล้านปี เพราะเหตุพบว่า ความหนาแน่นภายในใจกลางนั้น
ลดลง จากการสูญหายไปขณะชนปะทะ ทั้งนี้ NGC 1316 มีขนาดกว้าง 60,000
ปีแสง หากจากโลก 75 ล้านปีแสง
 
 
ภาพแสดงการชนปะทะ รวมตัว ที่อาจมีระยะทางยาวหลายหมื่นปีแสง
 
 
ภาพแสดงการเริ่มปะทะกันระหว่าง 2 กาแล็คซี่
 
 
ข้อโต้แย้งที่ต้องพิสูจน์

จากข้อมูลเราทราบมานานกว่า 50 ปี ว่า Milky Way Galaxy และ Andromeda
Galaxy มีโอกาสเข้าใกล้กัน เริ่มมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ หลังจากการก่อตัวของ
กาแล็คซี่ แต่ภายหลังมีการผลักดันแยกจากกัน จึงเกิดการถอยห่างทั้งสองฝ่าย

ข้อมูลในอดีตยังแสดงการวิเคราะห์ ถึงองค์ประกอบอื่นๆของกาแล็คซี่ทั้งหมดใน
Local group galaxy หากมีความหนาแน่นของมวลรวม 3 พันล้านล้านล้านเท่า
ของดวงอาทิตย์ สามารถทำให้ Milky Way Galaxy และ Andromeda Galaxy เข้าใกล้กันในเวลา 4 พันล้านปี

ข้อโต้แย้งของข้อมูลดังกล่าวยอมรับโดยทางจำนวน ที่คำนวณบนกระดาษ แต่รูป
แบบแรงโน้มถ่วงผสมรวมกัน มีจำนวนมากของอะตอม เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นตลอด
เวลาเป็นเรื่องที่ยากลำบาก หากมิได้ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ช่วยในการพยากรณ์

นอกเหนือจากนั้น การพัฒนาการของ Local group galaxy ต้องมีการคิดคำนวณ
ทางคณิตศาสตร์ ประมาณปริมาตรของก๊าซ ดาว หรือมวลสสารอื่นๆ ประกอบกัน
ด้วยความเสถียรของข้อมูลการสำรวจ ด้วยเครื่องมือที่ละเอียดอ่อน ของเส้นเขต
วงเหตุการณ์ แต่ละกาแล็คซี่ที่ผ่านมาในอดีตว่ามีตำแหน่งอยู่ที่ใด
 
 
เกิดรวมตัวกัน 2 กาแล็คซี่ ตั้งชื่อใหม่ว่า Milkomeda Galaxy
 
 
ข้อมูลใหม่

แบบแผนการจำลองเหตุการณ์ใหม่ ด้วยเครื่องมือทันสมัยขึ้น โดยใช้คอมพิวเตอร์
16 ชุด เวลา 2 สัปดาห์ ในการประมวลผล พบว่าส่วนด้านนอก ของกาแล็คซี่เข้า
รวมตัวกัน มีรูปทรงผิดปกติ บริเวณขอบที่แตะกัน ของสองกาแล็คซี่

บริเวณแนวเขตพื้นที่กำเนิดดาวมีความสว่างจาก Nucleii (ของดาว Quasars) และ
Pinwheel Galaxy อยู่ใกล้เคียง เปลี่ยนแปลงรูปทรงจากประเภท Spiral Galaxy (กาแล็คซี่แบบกังหัน) เป็นประเภท Elliptical Galaxy (กาแล็คซี่คล้ายรูปไข่)

มีลักษณะขอบโค้งมนนุ่มนวล นอกจากนั้นเกิดแนวแบ่งแยกของกาแล็คซี่ทั้งสอง
บริเวณที่กระทบกันด้วย สายธารกระแสของดาวและก๊าซ แยกออกเป็นชั้นๆ เป็น
แนวหมอกก๊าซหางยาวออกไป จากพลังงานแรงโน้มถ่วงระหว่างการเข้ารวมตัว

แนวหางของก๊าซยาวนั้น เป็นระลอกคลื่น สันดอน ค้างกลางอวกาศ เพียงการเริ่ม
ต้นกรณีดังกล่าวของ Milky Way Galaxy และ Andromeda Galaxy ส่งผลกระทบ
ด้วยกลไกที่ปะทะลากดึงมาสู่ ระบบดวงอาทิตย์ โลกและดาวเคราะห์ทุกดวงใน
ระบบสุริยะ

ด้วยแรงกระเพื่อม แม้การชนปะทะฉีกกันเพียงเล็กน้อย เนื่องจากเป็นระบบที่ใหญ่
ความเล็กน้อยดังกล่าวก็ใหญ่โตมาก จะสั่นสะเทือนจาก Milky Way Galaxy ถึง
Andromeda Galaxy ด้วยแรงส่งผลักของแรงโน้มถ่วง

หากเกิดขึ้นเล็กน้อยมากๆผลกระทบจากการหลงเหลือที่มีความสัมพันธ์กันของ
ทั้งสองกาแล็คซี่ ทำให้ดวงอาทิตย์ ขยับเล็กน้อย (คล้ายโคมลอยที่ไม่นิ่งสนิท)
 
 
การเริ่มต้นวันสะท้านจักรวาล อีก 2-5 พันล้านปีข้างหน้า
 
 
วันสะท้านจักรวาล

ตั้งแต่กำเนิดดวงอาทิตย์ ผ่านมาแล้วราว 4.5 พันล้านปี โคจรไปรอบทางช้างเผือก
ประมาณ 20 รอบ แน่นอนว่าอีก 4.5-5 พันล้านปีข้างหน้า การขยายตัวของดวง
อาทิตย์ ทำให้ทุกอย่างที่ใกล้ดวงอาทิตย์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร สู่จุด
จบเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ดาวยักษ์สีแดง (Red Giant)

แต่การปะทะกันระหว่ง Milky Way Galaxy และ Andromeda Galaxy จะเกิดขึ้น
ก่อน จากผลการวิเคราะห์เชื่อว่า การรวมตั้งกัน จะเริ่มต้นอีก 2 พันล้านปีนับแต่นี้
ต่อไป

หมายความว่า ดวงอาทิตย์ถึงจุดจบ อีก 5 พันล้านปีข้างหน้านั้น ไม่ได้อยู่ในเขต
Milky Way Galaxy แล้ว แต่จะจบสิ้นอายุขัย ท่ามกลางกาแล็คซี่ใหม่ที่รวมกัน
ระหว่างสองกาแล็คซี่ดังกล่าว ในชื่อใหม่ที่เรียกว่า Milkomeda Galaxy (จากการ
ผสมคำ อ่านว่า milk-AHM-mee-da) หรือ Andromeda Way

สภาพการชนปะทะรวมตัวกัน มีความยุ่งเหยิง สับสนอลหม่าน จนกระทั่งเมื่อระบบ
ผ่อนคลาย กระจายแผ่กว้างออกไปในกาแล็คซี่ใหม่ ภาพรวมภายใน หน้าตาใหม่
ของ Milkomeda Galaxy ไม่เหมือนกาแล็คซี่เดิมทั้งสองแน่นอน

Milkomeda Galaxy มีขอบที่มนโค้ง แขนกังหันหายไป ดาวภายในกาแล็คซี่เกาะ
กันโคจรเป็นกลุ่มก้อน ด้วยความเร็วมากกว่าเดิมหลายเท่า ช่วงระยะใกล้กันหนา
หนาแน่น บริเวณใจกลางกาแล็คซี่ ที่เป็นแผ่นจานกลม (Galactic disks) โดยมี
ดวงอาทิตย์ของเรา พองโตเป็น ดาวยักษ์ลุกเป็นไฟสีแดงอย่างโชติช่วง โคจร
อยู่รอบนอกนั้นด้วยพลังงานแบบ Momentum (กำลังเคลื่อนไหวที่อยู่ในวัตถุ)
ที่ยังกระจายหลงเหลืออยู่จากกาแล็คซี่เก่าที่ยุบรวมตัวกัน

การรวมตัวจะมีความสมบูรณ์ขึ้นอย่างช้าๆ อย่างน้อย 5.5 พันล้านปีนับจากนี้ไป
แต่จะให้สมบูรณ์ทุกพื้นที่ ของกาแล็คซี่ต้องใช้เวลามากกว่า 100 ล้านปีขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงเวลานั้นระยะ 10 ล้านปีข้างหน้าการขยายตัวของจักรวาล
ผลักดันให้กาแล็คซี่ เพิ่มความเร็วมากยิ่งขึ้น
 
 
Milkomeda Galaxy ต้องใช้ระยะเวลามากกว่า 100 ล้านปีจึงจะสงบนิ่ง
 
 
 
References :

Association of Universities for Research in Astronomy (AURA)
Yale University- Yale/Chile (MUSYC)
T.J. Cox and Avi Loeb of the Harvard-Smithsonian
Center for Astrophysics University of Toronto astronomer John Dubinski
 
 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017